คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ตามคำพิพากษาที่โจทก์มีสิทธิบังคับคดีได้ภายใน 10 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษา หากพ้นกำหนด 10 ปีแล้ว โจทก์จะไม่มีสิทธิบังคับคดีอีกต่อไป และไม่อาจนำหนี้ดังกล่าวมาฟ้องให้จำเลยล้มละลายได้
ย่อคำพิพากษา
หนี้ในมูลละเมิดที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยให้ล้มละลายศาลชั้นต้นได้พิพากษาเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2521 ให้จำเลยกับพวกอีกสองคนร่วมกันชดใช้เงินแก่โจทก์ พวกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ส่วนโจทก์และจำเลยไม่ได้อุทธรณ์ คดีเฉพาะตัวจำเลยย่อมถึงที่สุดตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2521 โจทก์ชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีแก่จำเลยภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษา ตามป.วิ.พ. มาตรา 271 การที่โจทก์มิได้ดำเนินการบังคับคดีจนพ้นกำหนด 10 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษาเช่นนี้ หนี้ตามคำพิพากษาจึงเป็นหนี้ที่โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะบังคับคดีแก่จำเลยอีกต่อไป ดังนั้น โจทก์จึงไม่อาจนำหนี้ดังกล่าวมาฟ้องจำเลยให้ล้มละลายได้ และไม่จำต้องวินิจฉัยว่าโจทก์ได้ร้องขอให้บังคับคดีภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมธนารักษ์ · จำเลย - นายประวัติ ประเสริฐสุด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สมาน เวทวินิจ · ดุสิต เพชรปลูก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายขวัญชัย ปิ่นรอด · ศาลอุทธรณ์ - นายศรีศักดิ์ อินทรกำแหง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา