คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1097/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงประนอมหนี้ที่ศาลเห็นชอบแล้วย่อมผูกมัดเจ้าหนี้ทั้งหมด และลูกหนี้มีหน้าที่ชำระหนี้ตามข้อตกลงนั้น แม้ภายหลังจะมีทรัพย์สินของลูกหนี้เพิ่มขึ้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขข้อตกลงประนอมหนี้ได้
ย่อคำพิพากษา
เมื่อการประนอมหนี้ซึ่งที่ประชุมเจ้าหนี้ได้ยอมรับและศาลเห็นชอบด้วยผูกมัดเจ้าหนี้ทั้งหมดในเรื่องหนี้ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ได้ และลูกหนี้มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ตามข้อตกลงในการประนอมหนี้นั้นแล้ว ไม่ว่าภายหลังจากนั้นจะเกิดมีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างไร แม้จะมีผลทำให้เจ้าหนี้สามารถได้รับชำระหนี้ได้เร็วกว่าที่ลูกหนี้ตกลงไว้ในการประนอมหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ไม่อาจนัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อเพิ่มเติมเงื่อนไขข้อตกลงประนอมหนี้นอกเหนือไปจากที่ลูกหนี้ได้ตกลงไว้ในการประนอมหนี้นั้นได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.32 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.56 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.60 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.63 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.146
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทอิ๊สต์เอเซียติ๊ก · จำกัด - (ประเทศไทย) · ผู้ร้อง - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด · จำเลย - นายอุดม ไชยสงวนมิตต์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บรรเทิง มุลพรม · สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายสมพันธ์ พันธุสิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสริมศักดิ์ ผลัดธุระ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา