คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4595/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทรัพย์สินของจำเลยได้ถูกขายทอดตลาดไปแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมไม่อยู่ในอำนาจที่จะดำเนินการขายหรือไม่ขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นอีกต่อไป และคำสั่งหรือคำพิพากษาใดๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าวภายหลังการขายทอดตลาดแล้ว ย่อมไม่อาจปฏิบัติตามได้.
ย่อคำพิพากษา
เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยไปแล้ว ทรัพย์ดังกล่าวไม่อยู่ในความยึดถือหรืออยู่ในอำนาจสั่งการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะดำเนินการขายหรือไม่ขายทอดตลาดอีกต่อไป ถึงหากจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยไว้ก่อนตามคำร้องของจำเลย หรืออนุญาตให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการขายทอดตลาดต่อไปตามฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ก็ไม่อยู่ในวิสัยที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำพิพากษาดังกล่าวได้ คดีจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยต่อไปว่าสมควรอนุญาตให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยดังฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือไม่ จึงให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรี · จำเลย - บริษัทเสมาฟ้าครามนครจำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พรชัย สมรรถเวช · สวิน อักขรายุธ · จรัส อุดมวรชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายจักรกฤช เจริญเลิศ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมภพ โชติกวณิชย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา