⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2018/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้าน ถือเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน จึงไม่สามารถรับมรดกความของคู่ความที่ถึงแก่กรรมได้

ย่อคำพิพากษา

การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดก ไม่เป็นคดีที่ทายาทจะรับมรดกความของคู่ความที่ถึงแก่กรรมได้ เพราะการขอเป็นผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านถือได้ว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่กรรม น. จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ น. เข้ามาเป็นคู่ความแทน และศาลอุทธรณ์ภาค 5 มิได้แก้ไข จึงเป็นการไม่ชอบ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาผู้คัดค้านที่ 1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.42 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ 21 มกราคม 2541 ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายมาหรือมานิตย์ ผู้ตาย ผู้คัดค้านทั้งสี่ยื่นคัดค้านขอให้ศาลเพิกถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายมา และตั้งผู้คัดค้านที่ 4 เป็นผู้จัดการมรดก ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ยกคำคัดค้าน ระหว่างการพิจารณา ผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่ความตาย นายนวล ผู้คัดค้านที่ 3 ซึ่งเป็นทายาทของผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำคัดค้านของผู้คัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสี่ ให้ผู้คัดค้านทั้งสี่ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ผู้คัดค้านทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ให้ผู้คัดค้านทั้งสี่ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนผู้ร้อง ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เรื่องการขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดก ไม่เป็นคดีที่ทายาทจะรับมรดกความของคู่ความที่ถึงแก่กรรมได้ เพราะการขอเป็นผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านถือได้ว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่กรรม นายนวล จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้นายนวล เข้ามาเป็นคู่ความแทนและศาลอุทธรณ์ภาค 5 มิได้แก้ไขจึงเป็นการไม่ชอบ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาผู้คัดค้านที่ 1? ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ดังนั้น เมื่อผู้ร้องเป็นบุตรของนายมา ผู้ตาย จึงเป็นทายาทโดยธรรม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 (1) ของผู้ตาย มีสิทธิร้องขอตั้งผู้จัดการได้โดยชอบด้วยกฎหมายที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมาให้ยกคำคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 เนื่องจากเป็นทายาทในลำดับถัดไป ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้นายนวล เข้าเป็นคู่ความแทนผู้คัดค้านที่ 1 และให้จำหน่ายคดีผู้คัดค้านที่ 1 ออกจากสารบบความ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2548 นางสาวอำไพ เครื่องนันตา ผู้ร้อง นายจันทร์ตา เครื่องนันตา โดยนายนวล เครื่องนันตา ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางสาวอำไพ เครื่องนันตา · ผู้คัดค้าน - นายจันทร์ตา เครื่องนันตา โดยนายนวล เครื่องนันตา ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สดศรี สัตยธรรม · สุมิตร สุภาดุลย์ · นันทชัย เพียรสนอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายเจริญชัย ตรีวัฒนาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายอรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6025/2538ฎีกา 2245/2535ฎีกา 1874/2519ฎีกา 8167/2538ฎีกา 3271/2538ฎีกา 12569/2547ฎีกา 5818/2549ฎีกา 8366/2557ฎีกา 3865/2537ฎีกา 2762/2536ฎีกา 1575/2538ฎีกา 1114/2549ฎีกา 1390/2506ฎีกา 550/2510ฎีกา 6472/2541ฎีกา 249/2486ฎีกา 1574/2498ฎีกา 2627/2522ฎีกา 287/2504ฎีกา 3474/2538ฎีกา 514/2499ฎีกา 292/2486ฎีกา 5919/2533ฎีกา 581/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา