คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2548
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้าน ถือเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน จึงไม่สามารถรับมรดกความของคู่ความที่ถึงแก่กรรมได้
ย่อคำพิพากษา
การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดก ไม่เป็นคดีที่ทายาทจะรับมรดกความของคู่ความที่ถึงแก่กรรมได้ เพราะการขอเป็นผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านถือได้ว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่กรรม น. จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ น. เข้ามาเป็นคู่ความแทน และศาลอุทธรณ์ภาค 5 มิได้แก้ไข จึงเป็นการไม่ชอบ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาผู้คัดค้านที่ 1
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ 21 มกราคม 2541 ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายมาหรือมานิตย์ ผู้ตาย
ผู้คัดค้านทั้งสี่ยื่นคัดค้านขอให้ศาลเพิกถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายมา และตั้งผู้คัดค้านที่ 4 เป็นผู้จัดการมรดก
ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ยกคำคัดค้าน
ระหว่างการพิจารณา ผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่ความตาย นายนวล ผู้คัดค้านที่ 3 ซึ่งเป็นทายาทของผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำคัดค้านของผู้คัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสี่ ให้ผู้คัดค้านทั้งสี่ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท
ผู้คัดค้านทั้งสี่อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ให้ผู้คัดค้านทั้งสี่ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนผู้ร้อง
ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เรื่องการขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดก ไม่เป็นคดีที่ทายาทจะรับมรดกความของคู่ความที่ถึงแก่กรรมได้ เพราะการขอเป็นผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านถือได้ว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่กรรม นายนวล จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้นายนวล เข้ามาเป็นคู่ความแทนและศาลอุทธรณ์ภาค 5 มิได้แก้ไขจึงเป็นการไม่ชอบ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาผู้คัดค้านที่ 1?
ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ดังนั้น เมื่อผู้ร้องเป็นบุตรของนายมา ผู้ตาย จึงเป็นทายาทโดยธรรม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 (1) ของผู้ตาย มีสิทธิร้องขอตั้งผู้จัดการได้โดยชอบด้วยกฎหมายที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมาให้ยกคำคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 เนื่องจากเป็นทายาทในลำดับถัดไป ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ฟังไม่ขึ้น
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้นายนวล เข้าเป็นคู่ความแทนผู้คัดค้านที่ 1 และให้จำหน่ายคดีผู้คัดค้านที่ 1 ออกจากสารบบความ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2548
นางสาวอำไพ เครื่องนันตา ผู้ร้อง
นายจันทร์ตา เครื่องนันตา โดยนายนวล เครื่องนันตา ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวก ผู้คัดค้าน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นางสาวอำไพ เครื่องนันตา · ผู้คัดค้าน - นายจันทร์ตา เครื่องนันตา โดยนายนวล เครื่องนันตา ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สดศรี สัตยธรรม · สุมิตร สุภาดุลย์ · นันทชัย เพียรสนอง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายเจริญชัย ตรีวัฒนาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายอรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา