คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1277/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยลงชื่อในบันทึกตกลงชดใช้ค่าเสียหายในฐานะผู้ค้ำประกัน ถือเป็นหลักฐานเป็นหนังสือที่สามารถนำมาฟ้องร้องบังคับคดีได้ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
บันทึกตกลงชดใช้ค่าเสียหายซึ่งจำเลยทั้งสองลงชื่อเป็นพยานและผู้ค้ำประกันระบุว่ามีคู่กรณี 2 ฝ่าย ฝ่ายแรกคือโจทก์ทั้งสอง ฝ่ายหลังคือนาย ท.คู่กรณีตกลงกันให้ฝ่ายหลังชดใช้ค่าเสียหายคืนให้ฝ่ายแรกตามจำนวนเงินและระยะเวลาที่กำหนดไว้ หากฝ่ายหลังผิดสัญญา จำเลยทั้งสองจะเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะผู้ค้ำประกัน ในตอนท้ายของบันทึกได้ระบุว่าคู่กรณีตกลงกันเป็นที่เข้าใจดีแล้ว โจทก์ทั้งสองไม่ประสงค์ที่จะให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่นาย ท.ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์อีกต่อไป พร้อมกับลงชื่อโจทก์ทั้งสอง นาย ท. จำเลยทั้งสองและพนักงานสอบสวนดังนี้ จำเลยทั้งสองจึงเป็นผู้ค้ำประกันอันจะต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสองในเมื่อนาย ท.ผิดสัญญาไม่ชำระเงินให้แก่โจทก์ทั้งสองตามข้อตกลง และถือได้ว่าบันทึกดังกล่าวเป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือที่จำเลยทั้งสองได้ลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันไว้เป็นสำคัญในอันที่โจทก์ทั้งสองจะนำมาเป็นหลักฐานฟ้องร้องจำเลยทั้งสองได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 680 วรรคสอง เท่านั้น มิใช่ตราสารตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายคำผิน สุริยะปัญญา กับพวก · จำเลย - นางสมจิต ฉ่ำฉิมพลี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ธวัชชัย พิทักษ์พล · ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายวิชัย ศิริแสงทอง · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายเสงี่ยม คชาธาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา