คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1937/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้พิจารณาใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 208 เป็นคำสั่งชี้ขาดที่ต้องอุทธรณ์ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันอ่านคำสั่งดังกล่าวให้คู่ความฟัง หากมิได้อุทธรณ์ภายในกำหนด คำสั่งนั้นจะถึงที่สุดและไม่อาจยกขึ้นฎีกาได้อีก
ย่อคำพิพากษา
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้พิจารณาใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา208 เป็นคำสั่งภายหลังเมื่อศาลชั้นต้นได้พิพากษาคดีแล้ว ไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา แต่เป็นคำสั่งชี้ขาดใด ๆ ซึ่งอยู่ในบังคับของการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดซึ่งต้องยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งดังกล่าวให้คู่ความฟังตามมาตรา 223 และ 229 เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้พิจารณาใหม่ ภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงถึงที่สุดแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์อีก แม้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์โดยชอบ โจทก์จะยกขึ้นฎีกาต่อมาไม่ได้ มาตรา 249 วรรคหนึ่งศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายไกร ใจดี · จำเลย - นางหล่ำ ใจดีหรือเขาเอี่ยม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กนก พรรณรักษา · พิมล สมานิตย์ · พิมล สมานิตย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายจรัส วงศ์ตระกูล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายสถิตย์ ทาวุฒิ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา