คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2759/2539
ป.พ.พ. ม.1373, 1474 · ป.วิ.แพ่ง ม.127
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดินย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และผู้ที่อ้างว่าตนถือกรรมสิทธิ์แทนบุคคลอื่นมีภาระการพิสูจน์
2. ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสย่อมเป็นสินสมรส เว้นแต่ผู้กล่าวอ้างจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นสินส่วนตัว
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีโฉนด ย่อมได้รับการสันนิษฐานว่าผู้มีชื่อในโฉนดเป็นเจ้าของที่ดินนั้น จำเลยอ้างว่าจำเลยถือกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินแทนบุคคลอื่น จำเลยย่อมมีภาระการพิสูจน์
จำเลยซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทมาระหว่างสมรสกับโจทก์โจทก์ย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตาม ป.พ.พ. มาตรา 1474 วรรคสองจำเลยกล่าวอ้างว่าที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างมิใช่สินสมรสย่อมมีภาระการพิสูจน์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.127 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1373 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1474 →
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวาฤทธิ์ แก้วสีทอง · จำเลย - นางศิลาพร แก้วสีทองหรือรัตนาวงศ์ไชยา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิระ บุญพจนสุนทร · อากาศ บำรุงชีพ · วินัย วิมลเศรษฐ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายเฉลิมชัย จารุไพบูลย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอัธยา ดิษยบุตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา