⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 330/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสารที่ถ่ายจากเอกสารต้นฉบับที่ถูกปลอมแปลง โดยปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ ไม่ถือว่าจำเลยร่วมกันปลอมเอกสารนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ไม่มีพยานว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมเอกสารตามที่โจทก์ขอให้ศาลหมายเรียกอย่างไรโดยเมื่อได้รับหมายเรียกจำเลยทั้งสองได้ให้เจ้าหน้าที่ค้นหาเอกสารดังกล่าวและเมื่อตรวจแล้วเห็นว่าตรงตามหมายเรียกจึงลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสารที่ถ่ายจากเอกสารดังกล่าวแล้วส่งศาลโดยปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการพยานโจทก์จึงไม่พอฟังลงโทษจำเลยทั้งสองได้แม้เอกสารซึ่งเป็นต้นฉบับจะถูกปลอมแปลงก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา157,161,188,264,265,268,83,84,86,90,91,59 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา157,161,264,265,268ให้ประทับฟ้องข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า"พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์และจำเลยทั้งสองนำสืบว่าเอกสารหมายจ.2แผ่นที่2ถึง5เป็นเอกสารที่โจทก์ขอให้ศาลออกหมายเรียกมาเป็นพยานในคดีก่อนและจำเลยที่1ได้ส่งสำเนาเอกสารหมายจ.2ถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาโดยจำเลยที่2ลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องแต่ปรากฏว่าเอกสารหมายจ.2แผ่นที่2ถึง5ไม่มีตราประทับของสำนักงานเลขาธิการในแผ่นที่2และบันทึกของโจทก์ในแผ่นที่5ไม่ตรงกับเอกสารหมายจ.1ซึ่งเป็นต้นฉบับมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่จำเลยที่1เบิกความว่าสำเนาพยานเอกสารซึ่งส่งไปศาลพร้อมหนังสือนำส่งตามเอกสารหมายจ.2จำเลยที่2เป็นผู้รับรองสำเนาถูกต้องตามเอกสารหมายจ.2จำเลยที่1ได้ตรวจดูแล้วว่าเป็นหนังสือที่มท1402/914ลงวันที่16ธันวาคม2530ตรงกับหมายเรียกพยานของศาลอาญาฉบับลงวันที่15ตุลาคม2533จึงลงนามส่งไปให้ศาลอาญาตามหมายเรียกจำเลยที่2เบิกความเป็นพยานว่าได้ให้เจ้าหน้าที่ค้นหาเอกสารได้แล้วนำเอกสารดังกล่าวมาเสนอโดยทำบันทึกเสนอเพื่อลงนามรายละเอียดปรากฏตามเอกสารหมายล.20นาง จุฑารัตน์ วัฒนลิขิต ได้แนบสำเนาเอกสารตามหมายเรียกของศาลอาญามาพร้อมกับบันทึกข้อความเอกสารหมายล.20ด้วยเอกสารที่แนบมากับบันทึกเอกสารหมายล.20คือเอกสารท้ายเอกสารหมายจ.2ได้ตรวจดูแล้วเป็นเอกสารตามหมายเรียกของศาลอาญาแต่ไม่ได้ตรวจดูต้นฉบับของเอกสารเพราะเชื่อเจ้าหน้าที่ว่าได้ถ่ายมาจากต้นฉบับที่แท้จริงเมื่อรับรองถูกต้องแล้วได้ส่งเอกสารไปยังสำนักงานเลขานุการกรมนาง จุฑารัตน์วัฒนลิขิต เบิกความเป็นพยานจำเลยทั้งสองว่าเมื่อค้นหาเอกสารได้แล้วได้ทำบันทึกปะหน้าเสนอเลขานุการกรมตามเอกสารหมายล.20ให้จำเลยที่2ลงนามเห็นว่าตามหมายเรียกพยานเอกสารหรือวัตถุพยานของศาลอาญาลงวันที่15ตุลาคม2533กำหนดให้ส่งเอกสารคือหนังสือที่มท1402/914ลงวันที่16ธันวาคม2530เท่านั้นซึ่งจำเลยทั้งสองนำสืบว่าได้ให้เจ้าหน้าที่ค้นหาเอกสารดังกล่าวเมื่อตรวจเห็นว่าตรงตามหมายเรียกจึงลงลายมือชื่อรับรองและส่งศาลอาญาโดยปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการโจทก์ไม่มีพยานว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันปลอมเอกสารหมายจ.2อย่างไรคงคาดหมายเอาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมเพราะมีสาเหตุกับโจทก์เท่านั้นพยานโจทก์จึงไม่พอฟังลงโทษจำเลยทั้งสองได้ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2539 นาย สนั่น วงศ์พัวพันธ์ โจทก์ นาย ชัยวัฒน์ อรุโณทัยวิวัฒน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สนั่น วงศ์พัวพันธ์ · จำเลย - นาย ชัยวัฒน์ อรุโณทัยวิวัฒน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ