⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3945/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3945/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมไม่อาจบังคับแก่บุคคลภายนอกที่มิได้เป็นคู่ความในคดีและมิได้ตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาจะซื้อจะขาย ขอให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ต่อมาคู่ความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลพิพากษาตามยอมว่าจำเลยยอม ขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ดังนี้ กรณีไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(1) เพราะผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกมิได้ถูกฟ้องและมิได้ตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความด้วย ผู้ร้องจะเป็นบริวารจำเลยหรือไม่ก็ตาม โจทก์ย่อมไม่อาจอาศัยสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมมาบังคับแก่ผู้ร้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2535 โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเข้าครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาจะซื้อจะขายจำเลยได้ผิดสัญญาจะซื้อจะขายจึงไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ต่อมาวันที่ 21 สิงหาคม 2535 โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยยอมขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างภายในวันที่ 21 ตุลาคม 2535ศาลพิพากษาตามยอมคดีถึงที่สุด ต่อมาวันที่ 28 ตุลาคม 2535 โจทก์ยื่นคำร้องขอว่าจำเลยไม่ยอมขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี วันที่ 17 ธันวาคม 2535ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องทั้งสามเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ใช่บริวารของจำเลย จำเลยไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินและบ้าน ขอให้งดการบังคับคดีและยกคำร้องของโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสามไม่ใช่เป็นเรื่องร้องขัดทรัพย์ และไม่ใช่ฟ้องเรื่องแสดงอำนาจพิเศษตามมาตรา 142(1) ไม่มีเหตุที่จะให้งดการบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292 ไม่จำต้องไต่สวนให้ยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาผู้ร้องทั้งสามว่า มีเหตุที่จะต้องไต่สวนคำร้องของผู้ร้องทั้งสามหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาจะซื้อจะขายขอให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แล้วคู่ความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยยอมขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(1) เพราะผู้ร้องทั้งสามมิได้ตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความด้วยผู้ร้องทั้งสามจะเป็นบริวารจำเลยหรือไม่ก็ตาม โจทก์ย่อมไม่อาจอาศัยสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมคดีนี้มาบังคับแก่ผู้ร้องทั้งสามได้ประกอบกับคำร้องของผู้ร้องทั้งสามก็กล่าวอ้างว่าจะดำเนินคดีขอเพิกถอนนิติกรรมระหว่างโจทก์กับจำเลยต่อไปจึงไม่มีเหตุที่จะต้องทำการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องทั้งสามที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสามชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3945/2539 นาย สะอาด วงศ์ วร การ โจทก์ นาย ฉัตรชัย ยิ้ม งาม กับพวก ผู้ร้อง นาย ธง ชัย จุลศิริ วงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สะอาด วงศ์ วร การ · ผู้ร้อง - นาย ฉัตรชัย ยิ้ม งาม กับพวก · จำเลย - นาย ธง ชัย จุลศิริ วงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ สิทธิลักษณ์ · ไพศาล รางชางกูร · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 576/2540ฎีกา 2274/2537ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1415/2540ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา