⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6048/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6048/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิอันเกิดจากสัญญาที่ให้สิทธิเฉพาะตัวแก่ผู้รับสัญญาในการทำการค้าในสถานที่หรือแผงขายสินค้า จะไม่ตกทอดเป็นทรัพย์มรดกของผู้รับสัญญา เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้สิทธิก่อน

ย่อคำพิพากษา

ป. ทำสัญญากับจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1 ยินยอมให้ป. เข้าทำการค้าในสถานที่หรือแผงขายสินค้าด้วยตนเองจะนำไปให้บุคคลอื่นทำการค้าหรือโอนสิทธิให้บุคคลอื่นไม่ได้เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากจำเลยที่ 1ก่อน สิทธิอันเกิดจากสัญญาดังกล่าวจึงเป็นสิทธิเฉพาะตัวของป. ไม่เป็นทรัพย์ในกองมรดกของ ป. ที่ผู้จัดการมรดกจะจัดการได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายปรีตัม ซิงห์หรือพี.เอส.กุกเรยา ตามคำสั่งของศาล ขณะที่นายปรีตัม ซิงห์ยังมีชีวิตอยู่ จำเลยที่ 1 ทำสัญญากับนายปรีตัม ซิงห์ยินยอมให้นายปรีตัม ซิงห์ เข้าทำการค้าขายในสถานที่หรือแผงขายสินค้าห้องที่ 7 ล็อกที่ อี.1 นายปรีตัม ซิงห์ได้นำออกให้ผู้อื่นเช่าได้ค่าเช่าเดือนละ 3,500 บาท ครั้นนายปรีตัม ซิงห์ ถึงแก่กรรม จำเลยที่ 2 ซึ่งได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 1 เข้าจัดการให้เช่าและเก็บค่าเช่าจากแผงขายสินค้าดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2533 โดยเก็บค่าเช่าเดือนละ3,500 บาท จนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 91,000 บาท เป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกผู้ตาย ขอให้บังคับจำเลยที่ 1จัดการให้โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายปรีตัม ซิงห์ผู้ตายเข้าสวมสิทธิเป็นคู่สัญญากับจำเลยที่ 1 หากจำเลยที่ 1ไม่ปฎิบัติ ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยทั้งสองพร้อมบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปและไม่ยุ่งเกี่ยวกับแผงขายสินค้าพิพาท และร่วมกันชำระเงินจำนวน 91,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปและค่าเสียหายเดือนละ 3,500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะปฎิบัติตามคำขอข้างต้น ถ้าจำเลยทั้งสองไม่สามารถจัดให้โจทก์เข้าเป็นคู่สัญญากับจำเลยที่ 1ได้ รวมทั้งให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากแผงขายสินค้าพิพาทให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ให้การว่า นายปรีตัม ซิงห์ ผิดสัญญาไม่ชำระค่ายามรักษาความปลอดภัยและค่ารักษาความสะอาด และยังนำสถานที่การค้าไปให้บุคคลอื่นทำการค้าโดยมิได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงเลิกสัญญากับนายปรีตัม ซิงห์และด้วยสิทธิการเข้าทำการค้าในสถานที่ของจำเลยที่ 1 นี้เป็นสิทธิเฉพาะตัวของนายปรีตัม ซิงห์ เมื่อนายปรีตัม ซิงห์ถึงแก่กรรมจึงไม่เป็นมรดกตกแก่ทายาท โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า หลังจากนายปรีตัม ซิงห์ ถึงแก่กรรมจำเลยที่ 2 ไม่ได้เข้าเกี่ยวข้องให้เช่าหรือเรียกเก็บค่าเช่าจากผู้เช่า ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นว่า สิทธิที่นายปรีตัม ซิงห์ เข้าครอบครองใช้ประโยชน์จากแผงขายสินค้าของจำเลยที่ 1 เป็นเรื่องเช่าทรัพย์ เป็นสิทธิเฉพาะตัว เมื่อนายปรีตัม ซิงห์ ถึงแก่กรรม สิทธิการเช่าจึงระงับ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สิทธิที่นายปรีตัม ซิงห์เข้าครอบครองใช้ประโยชน์จากแผงขายสินค้าตามสัญญาเป็นสิทธิเฉพาะตัว ไม่เป็นมรดก พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์มีว่าสิทธิที่นายปรีตัม ซิงห์เข้าครอบครองใช้ประโยชน์จากแผงขายสินค้าตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 หรือเอกสารหมาย ล.1และ ล.2 เป็นสิทธิเฉพาะตัวหรือไม่ เห็นว่า ตามฟ้องโจทก์อ้างว่านายปรีตัม ซิงห์ ได้ทำสัญญากับจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1ยินยอมให้นายปรีตัม ซิงห์ เข้าทำการค้าในสถานที่หรือแผงขายสินค้าตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 หรือเอกสารหมาย ล.1และ ล.2 ในสัญญาระบุให้นายปรีตัม ซิงห์ ทำการค้าด้วยตนเองจะนำไปให้บุคคลอื่นทำการค้าหรือโอนสิทธิให้บุคคลอื่นไม่ได้เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากจำเลยที่ 1เสียก่อน ตามฟ้องและข้อสัญญาดังกล่าวเห็นได้ชัดว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของนายปรีตัม ซิงห์ ที่โจทก์ฎีกาอ้างว่าเอกสารหมายล.1 และ ล.2 เป็นเพียงที่มาแห่งสิทธิของนายปรีตัม ซิงห์เท่านั้น เมื่อยังไม่หมดอายุสัญญาวิธีปฎิบัติของการประกอบธุรกิจลักษณะนี้ย่อมทราบโดยทั่วไปว่าเป็นการจองหรือซื้อสิทธิเพื่อหาประโยชน์ จึงมิใช่สิทธิเฉพาะตัว เมื่อนายปรีตัม ซิงห์ถึงแก่กรรมผู้จัดการย่อมเข้าจัดการได้นั้น เห็นว่า เอกสารหมาย ล.1 และ ล.2 หรือเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 เป็นสัญญาอันเป็นที่มาแห่งสิทธิของนายปรีตัม ซิงห์ ดังที่โจทก์อ้างแต่สิทธิอันเกิดจากสัญญาดังกล่าวเป็นสิทธิเฉพาะตัวดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้ว เมื่อเป็นสิทธิเฉพาะตัวของนายปรีตัม ซิงห์ก็ย่อมไม่เป็นทรัพย์ในกองมรดกที่ผู้จัดการมรดกจะจัดการได้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6048/2539 นาย เบอันต์ ซิงห์ หรือวสันต์ กุกเร ยา ใน ฐานะ ส่วนตัว โจทก์ และ ใน ฐานะ ผู้จัดการมรดก ของ นาย ปรีตัม ซิงห์ หรือ โจทก์ พี.เอส.กุกเร ยา โจทก์ บริษัท ที่ปรึกษา การ วางแผน และ พัฒนา จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เบอันต์ ซิงห์ หรือวสันต์ กุกเร ยา ใน ฐานะ ส่วนตัว · โจทก์ - และ ใน ฐานะ ผู้จัดการมรดก ของ นาย ปรีตัม ซิงห์ หรือ · โจทก์ - พี.เอส.กุกเร ยา · จำเลย - บริษัท ที่ปรึกษา การ วางแผน และ พัฒนา จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ก้าน อันนานนท์ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · อำนวย หมวดเมือง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2389/2540ฎีกา 468/2519ฎีกา 5199/2543ฎีกา 2241/2521ฎีกา 3208/2538ฎีกา 8167/2538ฎีกา 801-802/2492ฎีกา 2975/2553ฎีกา 183/2531ฎีกา 3656/2557ฎีกา 3760/2533ฎีกา 2510/2555ฎีกา 2210/2559ฎีกา 171/2521ฎีกา 2355/2548ฎีกา 7706/2548ฎีกา 370/2506ฎีกา 978/2510ฎีกา 1642/2492ฎีกา 187/2516ฎีกา 100/2531ฎีกา 198/2552ฎีกา 2526/2531ฎีกา 500/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ