⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6368/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6368/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือผู้มีส่วนได้เสียที่เสียหายจากการบังคับคดีที่ฝ่าฝืนกฎหมายเท่านั้นที่มีสิทธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนการบังคับคดีได้ ศาลจะเพิกถอนการบังคับคดีเองโดยไม่มีผู้ร้องขอไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 196 วรรคสองระบุให้อำนาจเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายจากการที่เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมายเป็นผู้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการบังคับคดีศาลจึงไม่มีอำนาจที่จะเพิกถอนการบังคับคดีได้เองโดยไม่มีผู้ใดร้องขอ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์นำเข้าพนักงานบังคับคดีของศาลจังหวัดมีนบุรียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา รวม 7 รายการ (บังคับคดีแทนศาลชั้นต้น) และผู้ร้องได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 รายการที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินของทรัพย์รายการที่ 1 ต่อมาโจทก์ขอถอนการยึดทรัพย์รายการที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ที่ผู้ร้องนำยึดไว้ก่อนแล้ว ศาลจังหวัดมีนบุรีอนุญาตเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลจังหวัดมีนบุรีประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ทั้ง 7 รายการ โดยให้ขายติดจำนองเฉพาะทรัพย์รายการที่ 1 นางสาวจุฑามาศ ปานเจียมตัว เป็นผู้ซื้อทรัพย์พิพาททั้ง 7 รายการ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า การขายทอดตลาดทรัพย์ทั้ง 7 รายการเป็นการขายโดยติดจำนองรวมกันไป ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ซื้อทรัพย์รับโอนทรัพย์รายการที่ 2 ที่ 3 และที่ 4โดยติดจำนองผู้ร้องเป็นเงิน 14,000,000 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดจะต้องปฏิบัติตามเฉพาะเงื่อนไขในประกาศขายทอดตลาดเท่านั้น ซึ่งเงื่อนไขที่ผู้ร้องอ้างมาไม่มีในประกาศของเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลจึงไม่อาจกำหนดไว้ ส่วนผู้ร้องมีสิทธิอย่างไรก็ชอบที่จะไปว่ากล่าวในคดีของผู้ร้องเอง ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 รวม 7 รายการโดยทรัพย์รายการที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 โจทก์ไม่มีสิทธิยึดเพราะไม่ได้จำนองไว้แก่โจทก์ ผู้ร้องได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 รายการที่ 2 ที่ 3 และที่ 4ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างอยู่ในทรัพย์รายการที่ 1 ต่อมาโจทก์ได้ขอถอนการยึดทรัพย์รายการที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ที่ผู้ร้องนำยึดไว้เจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลจังหวัดมีนบุรีได้นำเอาทรัพย์ทั้ง 7รายการ ประกาศขายทอดตลาดมีเงื่อนไขให้ขายโดยติดจำนองเฉพาะรายการที่ 1 นางสาวจุฑามาศ ปานเจียมตัว เป็นผู้ซื้อทรัพย์ได้ในราคา 350,000 บาท โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดโดยยื่นต่อศาลอุทธรณ์ซึ่งต่อมาศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ยื่นผิดขั้นตอนของกฎหมายคือใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้ ส่วนการขายทอดตลาดทรัพย์รายการที่ 2ที่ 3 และที่ 4 ซึ่งถูกเพิกถอนการยึดไปแล้ว เป็นการขายทอดตลาดที่ไม่ชอบ เป็นเรื่องของผู้มีส่วนได้เสียจะไปว่ากล่าวเอาต่างหากผู้ซื้อทรัพย์ได้ยื่นคำร้องว่า ขอสละสิทธิไม่ติดใจซื้อทรัพย์รายการที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ที่ถูกถอนการยึด คงต้องการซื้อทรัพย์รายการที่ 1 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ในราคา 350,000 บาทตามที่ประมูลซื้อได้เท่านั้น ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดียื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดแล้วขายทอดตลาดใหม่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่น่าจะมีส่วนได้เสียที่จะมีอำนาจร้องขอให้ศาลทำการขายทอดตลาดใหม่ได้การขายทอดตลาดชอบด้วยกฎหมายแล้ว ผู้ซื้อทรัพย์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ไปแล้ว ยกคำร้องของเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์ฎีกา คดีได้ถึงที่สุดแล้ว ต่อมาวันที่ 10 พฤษภาคม 2537ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ผู้ซื้อทรัพย์รับโอนทรัพย์โดยติดจำนองผู้ร้องเป็นเงิน 14,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาผู้ร้องว่าศาลมีอำนาจเพิกถอนการขายทอดตลาดคดีนี้ทั้งหมดได้เองโดยไม่มีผู้ใดร้องขอได้หรือไม่และการขายทอดตลาดทรัพย์ครั้งนี้ผูกพันผู้ซื้อทรัพย์ให้ต้องรับโอนหนี้ผู้ร้องจำนวน 14,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยไปด้วยหรือไม่ สำหรับปัญหาแรก เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสองระบุไว้ชัดว่าถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมายแล้วก็ให้อำนาจเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายโดยการฝ่าฝืนนั้นเป็นผู้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดแล้วทำการขายทอดตลาดใหม่โดยไม่ได้ระบุให้ศาลมีอำนาจที่จะออกคำสั่งได้เองโดยไม่มีผู้ใดร้องขอดังที่ผู้ร้องฎีกา ศาลจึงไม่มีอำนาจเพิกถอนการขายทอดตลาดรายนี้ได้ส่วนปัญหาที่ 2 นั้นได้ความว่าเงื่อนไขการประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ระบุไว้ว่าให้ขายทรัพย์รายการที่ 1 ซึ่งเป็นที่ดินโดยติดจำนองเพียงรายการเดียว ส่วนทรัพย์รายการที่ 2 ที่ 3 และที่ 4ซึ่งจำนองไว้แก่ผู้ร้องไม่ได้ระบุว่าให้ขายโดยติดจำนองและศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าการขายทอดตลาดทรัพย์รายการที่ 2 ที่ 3และที่ 4 เป็นการขายทอดตลาดที่ไม่ชอบ ซึ่งเกี่ยวกับทรัพย์ดังกล่าวผู้ซื้อทรัพย์ได้ยื่นคำร้องขอสละสิทธิไม่ติดใจซื้อทรัพย์ส่วนที่จำนองไว้แก่ผู้ร้องแล้วผู้ร้องมีอำนาจที่จะบังคับคดีแก่ทรัพย์ดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมาย การที่ผู้ร้องอ้างว่าหากนำทรัพย์ดังกล่าวออกขายทอดตลาดโดยไม่ได้ขายรวมกับทรัพย์รายการที่ 1จะทำให้ได้ราคาต่ำไม่เพียงพอแก่หนี้สินที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระผู้ร้อง แม้จะเป็นความจริงก็เป็นความผิดของผู้ร้องเองที่ยอมรับเอาทรัพย์รายการที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เป็นหลักประกันผู้ร้องไม่มีสิทธิเกี่ยงให้ผู้ซื้อทรัพย์รับโอนทรัพย์รายการที่ 1โดยติดจำนองผู้ร้องจำนอง 14,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยได้โดยชอบด้วยกฎหมาย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6368/2539 บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ ธนาคาร แห่ง อเมริกา เนชั่นแนลทรัสต์ แอนด์ เซฟ วิ่ง จำกัด ผู้ร้อง ผู้ซื้อ ทรัพย์ ผู้ร้อง นางสาว จุฑามาศ ปานเจียม ตัว ผู้ร้อง บริษัท สยาม อินซูเลเตอร์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา จำกัด · ผู้ร้อง - ธนาคาร แห่ง อเมริกา เนชั่นแนลทรัสต์ แอนด์ เซฟ วิ่ง จำกัด · ผู้ร้อง - ผู้ซื้อ ทรัพย์ · ผู้ร้อง - นางสาว จุฑามาศ ปานเจียม ตัว · จำเลย - บริษัท สยาม อินซูเลเตอร์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิวัตน์ แก้วเกิดเคน · ยงยุทธ ธารีสาร · ยรรยง ปานุราช
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 835/2549ฎีกา 5907/2537ฎีกา 950/2540ฎีกา 7521/2537ฎีกา 5004/2540ฎีกา 2566/2535ฎีกา 5739/2534ฎีกา 73/2527ฎีกา 5874/2550ฎีกา 3793/2535ฎีกา 4922/2537ฎีกา 2746/2534ฎีกา 6157/2544ฎีกา 3231/2550ฎีกา 5968/2534ฎีกา 1155/2537ฎีกา 9660/2544ฎีกา 4989/2533ฎีกา 9037/2544ฎีกา 1765/2567ฎีกา 3213/2528ฎีกา 6956/2552ฎีกา 4913/2536ฎีกา 914/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ