⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6722/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6722/2539

ป.อาญา ม.29, 30 · ป.วิ.อาญา ม.186

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลลงโทษปรับโดยมิได้กำหนดวิธีบังคับค่าปรับไว้ ศาลฎีกาอาจแก้ไขให้ชัดแจ้งได้ โดยกำหนดให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 3 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 3 ปี การที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษปรับโดยมิได้กำหนดวิธีบังคับค่าปรับนั้นจึงไม่ชัดแจ้ง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ชัดแจ้งได้ โดยแก้เป็นว่าหากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 จำเลยให้การรับสารภาพ ไม่ลดโทษให้ คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี โจทก์อุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษโดยรองอัยการสูงสุดรักษาราชการแทนอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาขอให้ไม่รอการลงโทษโดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้ไม่รอการลงโทษนั้น เห็นว่า ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุกและปรับจำเลยในอัตราสูงสุดแล้ว แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่ลดโทษให้ ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำผิดอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายในลักษณะนี้มาก่อนประกอบกับข้อเท็จจริงแห่งคดีนี้ไม่ปรากฏว่าที่จำเลยกระทำผิดนั้น เป็นการทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายหรือชำรุดอันอาจเป็นอันตรายต่อประชาชนดังที่โจทก์ฎีกา ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยมานั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว อนึ่งที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษปรับโดยมิได้กำหนดวิธีบังคับค่าปรับนั้น ไม่ชัดแจ้ง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ชัดแจ้ง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้กำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยโดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง ภายในกำหนด 1 ปี หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6722/2539 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายมนูญ โคราษฎร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายมนูญ โคราษฎร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ธวัชชัย พิทักษ์พล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายทรงพล รัตนจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ - หม่อมหลวงเฉลิมชัย เกษมสันต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6538/2562ฎีกา 2936/2564ฎีกา 3416/2540ฎีกา 4577/2558ฎีกา 1089/2559ฎีกา 11320/2556ฎีกา 9647/2557ฎีกา 1854/2563ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1360/2555ฎีกา 2962/2523ฎีกา 512/2559ฎีกา 2920/2554ฎีกา 5610/2558ฎีกา 6661/2561ฎีกา 5048/2550ฎีกา 7149/2558ฎีกา 6092/2564ฎีกา 1872/2563ฎีกา 1875/2547ฎีกา 647/2563ฎีกา 10741/2559ฎีกา 13646/2558ฎีกา 1666/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา