คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7153/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การไถ่ที่ดินคืนตามสัญญาจำนองที่ดินที่ให้ทำกินแทนดอกเบี้ยนั้น ผู้ไถ่จะต้องชำระหนี้ทั้งหมดที่เจ้าหนี้มีอยู่จริงต่อผู้รับจำนอง แม้จำนวนเงินที่ขอไถ่ในคำฟ้องจะน้อยกว่าหนี้จริง ศาลก็มีอำนาจกำหนดให้ไถ่คืนตามหนี้จริงได้
ย่อคำพิพากษา
แม้ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ โจทก์จะขอไถ่ที่ดินพิพาทคืนในราคา 4,400 บาท ก็ตาม แต่ความประสงค์หลักตามฟ้องของโจทก์ก็คือขอไถ่ที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 เนื่องมาจาก ล.มอบที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 ทำกินต่างดอกเบี้ย ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ล.เป็นหนี้จำเลยที่ 1 จำนวน99,900 บาท โจทก์ก็ต้องไถ่ที่ดินพิพาทคืนในราคา 99,900 บาท และศาลมีอำนาจที่จะพิพากษาให้โจทก์ได้ไถ่คืนตามจำนวนเงินที่เป็นหนี้กันจริงได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการพิพากษาเกินคำขอ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางลัย ยอดเล็ก · จำเลย - นายทอก สุดสัมฤทธิ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิมล สมานิตย์ · สมชัย สายเชื้อ · กนก พรรณรักษา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายสถาพร โคตรรักษา · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายเสงี่ยม คชาธาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา