⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 734/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าซื้อต้องมีลักษณะที่เจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นแก่ผู้เช่าเมื่อชำระเงินครบถ้วนตามเงื่อนไข หากขาดสาระสำคัญดังกล่าว สัญญาจะไม่ถือเป็นสัญญาเช่าซื้อ

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าซื้อคือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าโดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราวแต่สัญญาฉบับที่โจทก์นำมาฟ้องสาระสำคัญไม่มีลักษณะที่จำเลยทั้งสองนำทรัพย์สินออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นให้โจทก์แม้จะระบุว่าเป็นสัญญาเช่าซื้อสัญญาดังกล่าวก็หาเป็นสัญญาเช่าซื้อไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนที่ดินตามสัญญาเช่าซื้อให้โจทก์ ณ สำนักงานที่ดินอำเภอหนองบัวระเหว ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแสดงเจตนาทำนิติกรรมแทนจำเลยทั้งองให้จำเลยทั้งสองเสียดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่าไม่เคยให้โจทก์เช่าซื้อที่ดิน น.ส.3 ก.เลขที่ 1366 และไม่เคยได้รับเงินจำนวน 75,000 บาท จากโจทก์สัญญาเช่าซื้อที่โจทก์นำมาฟ้องไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้อง โจทก์ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรมนางสมหวัง สายสุวรรณทายาทของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสัญญาเช่าซื้อและมีผลบังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าสัญญาเช่าซื้อนั้นคือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้น หรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราวดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 แต่ตามสัญญาฉบับที่โจทก์นำมาฟ้องนั้นไม่มีลักษณะที่จำเลยทั้งสองนำทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นให้โจทก์ แม้สัญญาจะระบุว่าเป็นสัญญาเช่าซื้อ แต่สาระสำคัญในสัญญาไม่เข้าลักษณะสัญญาเช่าซื้อแล้ว สัญญาดังกล่าวก็หาเป็นสัญญาเช่าซื้อตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นไม่ ดังนั้น เมื่อประเด็นข้อพิพาทมีเพียงว่าจำเลยทั้งสองให้โจทก์เช่าซื้อที่ดินพิพาทหรือไม่ และโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อที่ดินแก่จำเลยทั้งสองครบถ้วนแล้วหรือไม่ จึงไม่มีประโยชน์ที่จะสืบพยานต่อไปเพราะตามคำฟ้องโจทก์บังคับไม่ได้อยู่แล้ว โดยไม่ต้องพิจารณาว่าจำเลยทั้งสองจะให้การต่อสู้อย่างไรและไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาอื่นตามฎีกาของโจทก์ต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ฟ้องคดีใหม่ภายในกำหนดอายุความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2539 นาย สันติพงษ์ นิมิตรดี โจทก์ นาย ดื้อ อดทน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สันติพงษ์ นิมิตรดี · จำเลย - นาย ดื้อ อดทน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิ นิชโรจน์ · สุชาติ ถาวรวงษ์ · สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 558/2535ฎีกา 4547/2545ฎีกา 1130/2507ฎีกา 331/2531ฎีกา 716/2525ฎีกา 1576/2525ฎีกา 4097/2542ฎีกา 2347/2531ฎีกา 5688/2545ฎีกา 6944/2544ฎีกา 2084/2536ฎีกา 3933/2541ฎีกา 949/2519ฎีกา 1658/2513ฎีกา 2171/2526ฎีกา 9201/2547ฎีกา 1008/2506ฎีกา 2630/2545ฎีกา 2058/2520ฎีกา 13071/2558ฎีกา 142/2549ฎีกา 1696/2527ฎีกา 1909/2536ฎีกา 467/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ