⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 1261/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1261/2540

ป.วิ.แพ่ง ม.224

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โดยวินิจฉัยว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจสั่งเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการเกี่ยวกับคำฟ้องอุทธรณ์และคำร้องขออุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาต่อไป.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ตามประกาศของธนาคารโจทก์และตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญา จำเลยต้องรับผิดในดอกเบี้ยดังกล่าวต่อโจทก์จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจึงไม่ชอบ เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงจึงไม่ถูกต้อง และที่ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขออุทธรณ์ข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาว่าเมื่อศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์คำร้องนี้จึงไม่ต้องสั่ง เท่ากับไม่อนุญาตให้อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาเพราะเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงซึ่งไม่ถูกต้องศาลฎีกาย่อมมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเกี่ยวกับคำฟ้องอุทธรณ์ใหม่ และดำเนินการเกี่ยวกับคำร้องขออุทธรณ์ข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตามขั้นตอนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่งต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน689,368.48 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน550,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 29 ตุลาคม 2539) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดทรัพย์สินที่จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 14086 ตำบลขวัญเมือง อำเภอบางปะหันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ถ้าได้เงินไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบถ้วน โจทก์อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งอุทธรณ์ว่าโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปี ศาลเห็นว่าสูงเกินไป จึงกำหนดอัตราดอกเบี้ยเสียใหม่ให้โจทก์ได้รับชดใช้ดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 15 ต่อปี เป็นการใช้ดุลพินิจในการกำหนดอัตราดอกเบี้ย โจทก์อุทธรณ์ดุลพินิจของศาลจึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อทุนทรัพย์ไม่ถึงห้าหมื่นบาทจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์และสั่งคำร้องขอยื่นอุทธรณ์ว่า เมื่อศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ คำร้องนี้จึงไม่จำต้องสั่ง โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาว่า โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสองได้ในอัตราที่ระบุไว้ในสัญญากู้เงินที่จำเลยทำไว้กับโจทก์หรือไม่ และการคิดดอกเบี้ยของโจทก์เป็นไปตามข้อตกลงที่โจทก์และจำเลยตกลงอัตราดอกเบี้ยไว้ ศาลจึงไม่อาจใช้ดุลพินิจลดอัตราดอกเบี้ยได้เอง เป็นปัญหาข้อกฎหมาย และอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งรับอุทธรณ์และอนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาด้วย ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ตามประกาศของธนาคารโจทก์และตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญา จำเลยต้องรับผิดในดอกเบี้ยดังกล่าวต่อโจทก์จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จึงไม่ชอบ เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเกี่ยวกับคำฟ้องอุทธรณ์ว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จึงไม่ถูกต้อง และที่ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขออุทธรณ์ข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาว่าเมื่อศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ คำร้องนี้จึงไม่ต้องสั่งก็เท่ากับไม่อนุญาตให้อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา เพราะเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงจึงไม่ถูกต้องเช่นกัน ดังนั้นจึงให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเกี่ยวกับคำฟ้องอุทธรณ์ใหม่ และดำเนินการเกี่ยวกับคำร้องขออุทธรณ์ข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตามขั้นตอนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่งต่อไป" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1261/2540 ธนาคาร แหลม ทอง จำกัด โจทก์ นาง สุเรียม สิงห์ โต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร แหลม ทอง จำกัด · จำเลย - นาง สุเรียม สิงห์ โต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ · อุดม มั่งมีดี · อรุณ น้าประเสริฐ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2505/2524ฎีกา 4410/2528ฎีกา 3226/2558ฎีกา 2563/2543ฎีกา 8903/2553ฎีกา 1679/2540ฎีกา 2764/2562ฎีกา 1168/2520ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2834/2527ฎีกา 6072/2538ฎีกา 5610/2558ฎีกา 932/2523ฎีกา 5894/2541ฎีกา 6057/2541ฎีกา 1459/2539ฎีกา 1521/2549ฎีกา 57/2530ฎีกา 1913/2534ฎีกา 1002/2509ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 7549/2538ฎีกา 1948/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ