⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1289/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากถูกบังคับโดยวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา เป็นการขอในคดีเดิม ไม่ต้องฟ้องเป็นคดีใหม่

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยซึ่งถูกบังคับโดยวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาจะยื่นคำร้องขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 263 (เดิม) มิใช่เป็นเรื่องโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลตามกฎหมายแพ่งแต่เป็นเรื่องในคดีเดิมที่ศาลได้มีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยมีความเห็นหลงไปว่าสิทธิของผู้ขอมีข้อมูลหรือวิธีการนั้นมีเหตุผลเพียงพอ ทั้งนี้โดยความผิดหรือเลินเล่อของโจทก์ผู้ขอ ดังนั้น จำเลยจึงไม่ต้องทำเป็นคำฟ้องต่างหาก เพียงแต่ยื่นคำขอเข้ามาในคดีเดิมก็ใช้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ทางพิพาทของจำเลยทั้งสองที่โจทก์และครอบครัวใช้เข้าออกสู่ทางสาธารณะเป็นทางภารจำยอม ให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนภารจำยอมและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่สร้างปิดกั้นและรุกล้ำทางภารจำยอม พร้อมกับยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองรื้อรั้วไม้ที่กั้นทาง หลังคาบ้านที่ปลูกสร้างเพิ่มเติมล้ำเข้าไปในทางพิพาท และเล้าไก่ที่สร้างขวางทางพิพาทออกชั่วคราว ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทเป็นภารจำยอมซึ่งโจทก์ได้มาโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนสิทธิภารจำยอมลงในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยทั้งสอง โดยให้โจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน หากจำเลยไม่ไปจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง กับให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำในทางพิพาท ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาพิพากษายืน จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า จำเลยทั้งสองได้รับความเสียหายจากการที่โจทก์ขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาคิดเป็นเงินทั้งสิ้น 99,250 บาท ขอให้มีคำสั่งให้โจทก์นำเงินมาวางศาลอีก 95,250 บาท เพื่อชำระเป็นค่าสินไหมทดแทนแก่จำเลยทั้งสองพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 99,250 บาทนับแต่วันยื่นคำร้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 แต่เพียงว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งถูกบังคับโดยวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา จะยื่นคำร้องขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 263 (เดิม) ในคดีเดิมได้หรือไม่ เห็นว่า กรณีนี้มิใช่เป็นเรื่องโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลตามกฎหมายแพ่ง แต่เป็นเรื่องในคดีเดิมที่ศาลได้มีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยมีความเห็นหลงไปว่าสิทธิของผู้ขอมีมูลหรือวิธีการนั้น มีเหตุผลเพียงพอทั้งนี้โดยความผิดหรือเลินเล่อของผู้ขอ จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องทำเป็นคำฟ้องต่างหาก เพียงแต่ยื่นคำขอเข้ามาในคดีเดิมก็ใช้ได้ฉะนั้นที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 263 (เดิม) โดยทำเป็นคำร้องเข้ามาในคดีเดิมจึงชอบแล้ว พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 2 แล้วพิจารณาสั่งตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2540 นายเสงี่ยม บับภาสังข์ โจทก์ นายกองคำ พันธะบัวศรี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสงี่ยม บับภาสังข์ · จำเลย - นายกองคำ พันธะบัวศรี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต เพชรปลูก · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · ทวีชัย เจริญบัณฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา