⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 142/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานตำรวจพบเฮโรอีนซึ่งอยู่ในถุงพลาสติก4ใบอยู่ในตะกร้าซึ่งวางไว้บนแคร่ไม้ใกล้จำเลยและยังพบเฮโรอีน9หลอดกับอีก1ถึงที่บริเวณร่องน้ำนอกบ้านห่างจากบ้านจำเลยประมาณ170เมตรพยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังฟังไม่ได้อย่างแน่แท้ว่าเฮโรอีน9หลอดและอีก1ถุงนั้นเป็นของจำเลยคงฟังได้ว่าจำเลยมีเฮโรอีนในถุง4ใบซึ่งวางอยู่ในตะกร้าใกล้ตัวจำเลยไว้ในครอบครองเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 26, 66, 67, 75, 76, 102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และริบถุงพลาสติกที่ใช้บรรจุเฮโรอีนจำนวน 4 ใบ ของกลาง จำเลยให้การปฎิเสธข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายรับสารภาพข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายกัญชา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง มาตรา 66 วรรคหนึ่งมาตรา 75 วรรคหนึ่ง และมาตรา 76 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ลงโทษจำคุก 4 ปี ข้อหาจำหน่ายกัญชาโดยมิได้รับอนุญาตลงโทษจำคุก 4 ปี รวมให้ลงโทษจำคุก 8 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 เป็นให้ลงโทษจำคุก 4 ปี ข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้ลงโทษจำคุก 10 ปี รวมให้ลงโทษจำคุก 14 ปีริบถุงพลาสติกที่ใช้บรรจุเฮโรอีน จำนวน 4 ใบ ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาในข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายกัญชา ส่วนข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้จำคุก 2 ปี และฐานจำหน่ายกัญชาให้จำคุก 2 ปีรวม 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 2 ปี ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้จำคุก8 ปี รวมจำคุกจำเลย 10 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายกัญชาตามฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจพบถุงพลาสติก 8 ใบ อยู่ในตะกร้าซึ่งวางไว้บนแคร่ไม่ใกล้จำเลยปรากฏว่าพบเฮโรอีนอยู่ในถึงจำนวน 4 ใบ น้ำหนัก .05 กรัม และที่บริเวณร่องน้ำนอกบ้านจำเลยยังพบเฮโรอีน 9 หลอด น้ำหนัก 7.35 กรัมกับเฮโรอีนอีก 1 ถุงน้ำหนัก .09 กรัม คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยมีเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ โจทก์ก็มีพันตำรวจโทจตุพล สมรอบรู้สิบตำรวจตรีสายชล ศรีสุขภู่ และสิบตำรวจเอกมนตรี อินไทยเจ้าพนักงานตำรวจผู้ร่วมจับกุมจำเลยมาเบิกความต้องกันว่าพยานทั้งสามเป็นผู้นำพนักงานสอบสวนตรวจสถานที่เกิดเหตุตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.5 ซึ่งจุดที่พบเฮโรอีนห่างจากบ้านจำเลยประมาณ 170 เมตร ห่างจากบ้านนายอำนาจประมาณ 80 เมตร และห่างจากบ้านนายโอกาส 40 เมตร ตามคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเอกสารหมาย จ.10 จำเลยให้การว่า นายอำนาจและนายโอกาสเป็นบุตรของจำเลยพันตำรวจโทจตุพลตอบทนายจำเลยถามค้านว่า พยานให้สายลับไปล่อซื้อกัญชาอย่างเดียว ไม่ได้ให้ไปล่อซื้อเฮโรอีนด้วย และสิบตำรวจเอกมนตรีเบิกความว่า จากการสืบสวนทราบว่าจำเลยค้าขายกัญชาและเฮโรอีนมานานแล้ว และบุตรของจำเลยเกือบทุกคนก็ขายยาเสพติดให้โทษเช่นกัน พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังฟังไม่ได้อย่างแน่แท้ว่าเฮโรอีน 9 หลอด และอีก1 ถุง นั้นเป็นของจำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายคงฟังได้ว่าจำเลยมีเฮโรอีนในถุง 4 ใบ ซึ่งวางอยู่ในตะกร้าใกล้ตัวจำเลยน้ำหนัก .05 กรัมไว้ในครอบครอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นด้วยบางส่วน ฎีกาจำเลยฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง มาตรา 67 มาตรา 26 วรรคหนึ่งและมาตรา 75 วรรคหนึ่ง และมาตรา 76 วรรคสอง ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองให้จำคุก 1 ปี เรียงกระทงลงโทษกับฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายกัญชาซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 2ลงโทษจำคุก 2 ปี รวมจำคุกจำเลยมีกำหนด 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2540 พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง โจทก์ นาง พัน ชูวงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง · จำเลย - นาง พัน ชูวงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสริม บุญทรงสันติกุล · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ