⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 149/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากคำเบิกความของผู้เสียหายขัดแย้งกับพยานหลักฐานอื่น และการชี้ตัวจำเลยกระทำไปในลักษณะที่อาจชี้นำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ อาจทำให้เกิดข้อสงสัยในพยานหลักฐานของโจทก์ได้

ย่อคำพิพากษา

คำเบิกความของผู้เสียหายที่อ้างว่าจำหน้าจำเลยซึ่งเป็นคนร้ายที่ข่มขืนกระทำชำเราตนเป็นคนที่สองได้ขัดกับคำเบิกความของพนักงานสอบสวนที่ว่าผู้เสียหายแจ้งว่าจำหน้าคนที่ข่มขืนไม่ได้และไม่รู้จักชื่อส่วนที่ผู้เสียหายชี้ตัวจำเลยได้ถูกต้องนั้นก็เพราะผู้บังคับบัญชาของจำเลยนำจำเลยออกมาให้ผู้เสียหายชี้ตัวเพียงคนเดียวเมื่อจำเลยให้การปฏิเสธตลอดมาตั้งแต่ชั้นสอบสวนจนถึงชั้นศาลพยานหลักฐานโจทก์จึงมีเหตุสงสัยว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ร่วมกับพวกข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายหรือไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกอีก 3 คน ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงผู้เสียหาย อายุไม่เกิน 15 ปี อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 83 จำเลย ให้การ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคสาม, 83 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลย อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษายืน จำเลย ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ มีชายคนร้าย 4 คน ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งมีอายุไม่เกิน 15 ปี อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยเป็นคนร้ายร่วมกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายเบิกความว่าเห็นจำเลยดื่มสุราอยู่กับนายบอยเพื่อนของผู้เสียหายที่ไปเที่ยวงานด้วยกัน เมื่อผู้เสียหายจะกลับบ้านแต่ไม่พบนายบอยจำเลยบอกผู้เสียหายว่านายบอยกลับไปแล้วและรับจะพาผู้เสียหายไปส่งบ้าน และจำเลยรับปากว่าจะไม่ทำอะไร ผู้เสียหายจึงยอมนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่จำเลยขับไปได้ประมาณ 1 กิโลเมตร ถึงกระท่อมนาที่เกิดเหตุจำเลยให้ผู้เสียหายลงจากรถและบังคับให้ผู้เสียหายถอดเสื้อผ้าโดยขู่ว่าจะทำร้ายผู้เสียหายจึงยอมถอดและถูกจำเลยกับพวกผลัดกันข่มขืนกระทำชำเรา หลังจากนั้นจำเลยได้พาผู้เสียหายนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปส่งที่ถนนในหมู่บ้านเหม่าผู้เสียหายไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านและได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษว่า จำหน้าคนร้ายได้คนเดียวคือจำเลยซึ่งข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นคนที่สอง ขัดกับคำเบิกความของพันตำรวจโทสงคราม จำเริญ พนักงานสอบสวนว่า พยานได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายว่าผู้เสียหายถูกข่มขืนแต่ผู้เสียหายแจ้งว่าจำหน้าคนที่ข่มขืนไม่ได้และไม่รู้จักชื่อพยานจึงบอกให้ผู้เสียหายไปสืบหาตัว คำเบิกความของผู้เสียหายที่ว่าผู้เสียหายจำจำเลยได้จึงขัดต่อเหตุผล ผู้เสียหายเบิกความต่อไปว่า หลังเกิดเหตุผู้เสียหายไปหานายบ๋อยคนบ้านเหม่าสอบถามว่ารถจักรยานยนต์คันสีแดงที่จำเลยขับขี่พาผู้เสียหายไปที่เกิดเหตุเป็นของใครนายบ๋อยแจ้งว่าเป็นของจำเลยและบอกชื่อจำเลยผู้เสียหายจึงไปแจ้งเรื่องให้เจ้าพนักงานตำรวจทราบ แต่โจทก์ไม่ได้นำตัวนายบ๋อยมาเบิกความสนับสนุนข้อเท็จจริงดังกล่าวคงมีแต่ผู้เสียหายปากเดียวเบิกความลอย ๆ แต่จำเลยมีนายเดชา อารีย์เบิกความว่า เป็นคนบ้านอยู่ตำบลเดียวกับจำเลย มีชื่อเล่นว่าบ๋อย ในคืนเกิดเหตุเห็นผู้เสียหายกำลังเต้นกับเพื่อนผู้หญิงที่หน้าเวทีหมอลำ แต่ไม่ได้เห็นจำเลยในบริเวณงาน ส่วนที่ผู้เสียหายชี้ตัวจำเลยได้ถูกต้องนั้น ได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายตอบทนายจำเลยถามค้านว่า การชี้ตัวจำเลยผู้บังคับบัญชาของจำเลยนำจำเลยออกมาให้ผู้เสียหายชี้ตัวเพียงคนเดียว การที่ผู้เสียหายชี้ตัวจำเลยถูกต้องจึงไม่น่าเชื่อเพราะผู้เสียหายจำจำเลยได้ ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธตลอดมาจนชั้นศาล พยานหลักฐานโจทก์จึงมีเหตุสงสัยว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ร่วมกับพวกข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยก ฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2540 พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์ พลทหาร อารีย์หรือเซีย พละศักดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ · จำเลย - พลทหาร อารีย์หรือเซีย พละศักดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล สระฏัน · อธิราช มณีภาค · วุฒิ คราวุฒิ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ