คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3617/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายเรียก หมายนัด และเอกสารต่างๆ โดยชอบแล้ว แม้จำเลยจะย้ายภูมิลำเนาไปที่ใหม่โดยมิได้แจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีและศาลทราบ ก็ไม่อาจยกเป็นข้ออ้างว่าไม่ได้รับหมายได้
ย่อคำพิพากษา
ในวันที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยปรากฏตามหนังสือรับรองของนายทะเบียนเอกสารท้ายฟ้องว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่เลขที่ 66 ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวางกรุงเทพมหานคร ในชั้นบังคับคดีก็ปรากฏตามหนังสือรับรองของนายทะเบียน ในสำนวนของกรมบังคับคดีก็ระบุว่าจำเลยมีภูมิลำเนาดังกล่าว แม้ว่าต่อมาจำเลยได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงภูมิลำเนาเป็นเลขที่ 869 ซอยรัชดานิเวศน์ ถนนประชาอุทิศ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ก็ตาม แต่เมื่อปรากฏว่าในขณะที่โจทก์ฟ้องจำเลยและในการดำเนินกระบวนพิจารณาตลอดมา จำเลยยังคงมีภูมิลำเนาอยู่ที่เลขที่ 66 ถนนเทียมร่วมมิตร จึงต้องถือว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ ณ สถานที่นั้น ดังนั้นเมื่อมีการส่งหมายเรียก หมายนัด และเอกสารต่าง ๆ ที่ภูมิลำเนาดังกล่าว ไม่ว่าโดยวิธีใดก็ตาม ย่อมถือว่าเป็นการส่งโดยชอบและจำเลยได้รับโดยชอบแล้ว จำเลยจะยกเรื่องการย้ายภูมิลำเนาไปที่ใหม่ของจำเลยโดยที่จำเลยไม่ได้แจ้งการย้ายภูมิลำเนาไปที่ใหม่ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีและศาลทราบมาเป็นข้ออ้างว่าไม่ได้รับหมายแจ้งวันขายทอดตลาดที่ดินจากเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด · ผู้ซื้อทรัพย์ - บริษัทเบญจกิจพัฒนา จำกัด · จำเลย - บริษัทเพรสทิจแลนด์แอนด์เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อธิราช มณีภาค · มงคล สระฏัน · วุฒิ คราวุฒิ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายดุสิต สิทธิฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชิน สุขนทีธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา