คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4461/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าในเวลากลางคืนโดยไม่มีหมายจับและหมายค้น เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย หากมีเหตุอันควรเชื่อว่าบุคคลนั้นได้กระทำความผิดอาญา และหากปล่อยตัวไปจะหลบหนี หรือจะมีการกระทำความผิดอย่างอื่น หรือจะมีการทำลายพยานหลักฐาน
ย่อคำพิพากษา
จ่าสิบตำรวจ ส.และร้อยตำรวจเอก ป.จับจำเลยได้ขณะที่จำเลยกำลังขายวัตถุออกฤทธิ์ให้แก่จ่าสิบตำรวจ ส.ผู้ล่อซื้อ ถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า ขณะนั้นธนบัตรที่ใช้ล่อซื้ออยู่ที่จำเลยและจำเลยดิ้นรนต่อสู้ ถ้าปล่อยให้เนิ่นช้ากว่าจะนำหมายจับและหมายค้นมาได้ จำเลยอาจหลบหนีและพยานหลักฐานอาจสูญหายจึงเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง จ่าสิบตำรวจ ส.และร้อยตำรวจเอก ป.จึงมีอำนาจเข้าไปในบริเวณบ้านที่เกิดเหตุอันเป็นที่รโหฐานในเวลากลางคืนโดยไม่ต้องมีหมายค้น และมีอำนาจจับจำเลยซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดได้โดยไม่ต้องมีหมายจับตาม ป.วิ.อ.มาตรา80, 81 ประกอบมาตรา 92 (2) และมาตรา 96 (2)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหล่มสัก · จำเลย - นายหำหรืออั้ง แก้วทุม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุนทร สิทธิเวชวิจิตร · อร่าม หุตางกูร · อำนวย เต้พันธ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดหล่มสัก - นางปวีณา เจดีย์วงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายปรีดี รุ่งวิสัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา