คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5238/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อสัญญาจะซื้อขายที่ดินไม่ได้ตกลงเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมและค่าภาษีอากรไว้เป็นพิเศษ ผู้จะขายไม่มีหน้าที่ชำระแทนผู้จะซื้อ
2. ศาลจะพิพากษาเกินกว่าหรือนอกเหนือจากที่คำฟ้องได้ขอไว้ไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์และห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ตกลงจะซื้อขายที่ดินพิพาทตามหนังสือสัญญาจะซื้อขายโดยไม่ได้ตกลงในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมและค่าภาษีอากรในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทเป็นพิเศษแตกต่างไปจากที่กฎหมายบัญญัติไว้จำเลยที่ 1 ผู้จะขายจึงไม่มีหน้าที่ที่จะต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าภาษีอากรในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้งสิ้นแทนโจทก์อันจะทำให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ผู้เป็นหุ้นส่วนของจำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 เช่นนั้นด้วย
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินที่จำเลยที่ 1 ทำกับโจทก์ มิใช่ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสามออกจากที่ดินพิพาทของโจทก์หรือฟ้องเรียกที่ดินพิพาทของโจทก์คืนจากจำเลยทั้งสาม ศาลจึงไม่มีอำนาจพิพากษาห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางมาลี ลิ้มชุนดี · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดนิเวศน์กิจก่อสร้าง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · ธวัชชัย พิทักษ์พล · ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายทนงศักดิ์ ดุลยกาญจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิบูลย์ มีอาสา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา