⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6366/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6366/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขคำฟ้องโดยการเพิ่มเติมข้อเท็จจริงต้องแจ้งให้ชัดเจนว่าข้อเท็จจริงที่เพิ่มเติมนั้นจะนำไปปรับกับข้อใดในคำฟ้องเดิม.

ย่อคำพิพากษา

คำร้องขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์กล่าวว่า หลังจากจำเลยยื่นคำให้การแล้ว โจทก์ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยนำที่ดินพิพาทซึ่งเป็นของโจทก์ไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้วนำไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่สหกรณ์การเกษตร และเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดินในเวลาต่อมาโดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมอันเป็นการออกเอกสารสิทธิทับที่ดินของโจทก์โดยไม่ชอบ โจทก์จึงขอแก้ไขคำฟ้องโดยการเพิ่มเติมข้อเท็จจริงดังกล่าวลงในคำฟ้องข้อ 1 และข้อ 2 กับขอเพิ่มเติมคำขอท้ายฟ้องว่าให้จำเลยจัดการแก้ไขรายการจดทะเบียนในโฉนดที่ดินพิพาทให้ปลอดจากการจำนอง แล้วจดทะเบียนโอนให้โจทก์ โดยโจทก์มิได้ระบุรายละเอียดว่าโจทก์จะขอเพิ่มเติมข้อเท็จจริงลงในคำฟ้องข้อ 1 หรือข้อ2 ตรงไหน เป็นคำร้องที่ไม่แจ้งชัด ไม่ชอบที่จะรับไว้พิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 327 หมู่ที่ 1ตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง (เดิมเป้นอำเภอขุขันธ์)จังหวัดศรีสะเกษ เนื้อที่ 13 ไร่ 2 งาน เมื่อประมาณเดือนธันวาคม2527 โจทก์ได้กู้ยืมเงินจำเลยจำนวน 4,000 บาท แล้วมอบที่ดินพิพาทพร้อมหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย ตกลงกันว่าเมื่อโจทก์มีเงินจะไปไถ่คืน ต่อมาเดือนกรกฎาคม 2535 โจทก์นำเงินจำนวน 4,000 บาทไปขอไถ่ที่ดินคืน แต่จำเลยปฏิเสธเกี่ยวจะเอาดอกเบี้ยทำให้โจทก์เสียหายขาดประโยชน์จากการใช้ซึ่งหากนำไปให้ผู้อื่นเช่า จะได้ค่าเช่าไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,000 บาท ขอให้บังคับขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาท ห้ามมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำเลยคืนหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3) ที่ดินพิพาทเลขที่ 327 ให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 1,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่เคยกู้ยืมเงินจากจำเลยโดยมอบที่ดินพิพาทให้ทำกินต่างดอกเบี้ย ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยจำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ในฐานะเจ้าของโดยความสงบเปิดเผยมากกว่า 20 ปี และเป็นผู้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตลอดจนโฉนดที่ดินพิพาทโดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้านขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ฎีกาข้อต่อมาคัดค้านการที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์นั้น เห็นว่าคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์กล่าวไว้แต่เพียงว่า หลังจากจำเลยยื่นคำให้การและยื่นบัญชีระบุพยานแล้ว โจทก์ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยนำที่ดินพิพาทซึ่งเป็นของโจทก์ไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) แล้วนำไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่สหกรณ์การเกษตรไพรบึง จำกัดและเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดินในเวลาต่อมาโดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมอันเป็นการออกเอกสารสิทธิทับที่ดินของโจทก์โดยไม่ชอบโจทก์จึงขอแก้ไขคำฟ้องโดยการเพิ่มเติมข้อเท็จจริงดังกล่าวลงในคำฟ้องข้อ 1 และข้อ 2 กับขอเพิ่มเติมคำขอท้ายฟ้องว่าให้จำเลยจัดการแก้ไขรายการจดทะเบียนในโฉนดที่ดินพิพาทให้ปลอดจากการจำนอง แล้วจดทะเบียนโอนให้โจทก์โดยโจทก์มิได้ระบุรายละเอียดว่าโจทก์จะขอเพิ่มเติมข้อเท็จจริงลงในคำฟ้องข้อ 1 หรือข้อ 2 ตรงไหน คำร้องขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องที่ไม่แจ้งชัดไม่ชอบที่จะรับไว้พิจารณา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6366/2540 นาย เสาร์ ธรรม คุณ โจทก์ นายก ลิ่น ไชยโชติ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เสาร์ ธรรม คุณ · จำเลย - นายก ลิ่น ไชยโชติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำลอง สุขศิริ · สมบัติ เดียวอิศเรศ · ไสว จันทะศรี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2494/2553ฎีกา 685/2550ฎีกา 1022/2552ฎีกา 7154/2551ฎีกา 7903/2568ฎีกา 6258/2550ฎีกา 1117/2527ฎีกา 778/2538ฎีกา 1016/2485ฎีกา 5385/2548ฎีกา 5111/2543ฎีกา 3202/2559ฎีกา 2444/2542ฎีกา 58/2531ฎีกา 4176/2528ฎีกา 6058/2551ฎีกา 103/2485ฎีกา 5263/2545ฎีกา 352/2498ฎีกา 2147/2525ฎีกา 8910/2544ฎีกา 621/2488ฎีกา 2082/2543ฎีกา 6373/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา