คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 694/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้ที่อ้างว่ามิใช่บริวารไม่ยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด จะสันนิษฐานว่าเป็นบริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น แต่ไม่เป็นการตัดสิทธิห้ามฟ้องร้องในภายหลัง และหากมิได้ร้องเข้ามาในคดี ก็ไม่ถือเป็นคู่ความในคดีนั้น จึงไม่ถูกผูกพันด้วยผลแห่งคดีและไม่ถูกห้ามฟ้องซ้ำหรือฟ้องซ้อน
ย่อคำพิพากษา
ตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ.มาตรา 296 จัตวา (3) นั้นหากผู้ที่อ้างว่ามิใช่บริวารไม่ยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนดเวลาแปดวันนับแต่วันปิดประกาศให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น หาได้มีผลเด็ดขาดเป็นการตัดสิทธิห้ามฟ้องร้องภายหลังไม่ และเมื่อโจทก์มิได้ร้องเข้ามาในคดี โจทก์ย่อมมิได้อยู่ในฐานะคู่ความในคดีดังกล่าว จึงไม่ผูกพันในผลแห่งคดีต้องห้ามมิให้ฟ้องร้องไม่ว่าจะด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายในเรื่องฟ้องซ้ำหรือฟ้องซ้อนแต่ประการใด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมาด หมาดทิ้ง · จำเลย - นายกฤษณ แจ้งอักษรฯ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วินัย วิมลเศรษฐ · วิรัตน์ ลัทธิวงศกร · บุญศรี แก้วสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายอรุณ เรืองเพชร · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายเฉลิมชัย จารุไพบูลย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา