คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7406/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของที่คู่สัญญาต่างมีหนี้ต้องปฏิบัติชำระตอบแทนซึ่งกันและกัน เมื่อผู้ว่าจ้างได้รับผลงานเป็นประโยชน์แล้ว ผู้รับจ้างย่อมมีสิทธิได้รับสินจ้างตามผลแห่งการงานที่ได้กระทำไป แม้จะมีการตกลงว่าผลคดีจะอยู่แก่ความพอใจของผู้ว่าจ้างก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้ว่าความ ผลสำเร็จของงานย่อมอยู่ที่การว่าความจนคดีถึงที่สุด ส่วนการแพ้หรือชนะเป็นเพียงผลแห่งการงานในการชำระสินจ้างเท่านั้น เมื่อคดีที่จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้ว่าความถึงที่สุด เพราะมีการตกลงประนีประนอมยอมความกันในคดีแพ่งและถอนฟ้องในคดีอาญา ศาลย่อมมีอำนาจที่จะพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างให้ตามสมควรแก่ผลแห่งการงานที่โจทก์ได้กระทำไป
สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของซึ่งเป็นสัญญาต่างตอบแทนคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างมีหนี้ต้องปฏิบัติชำระตอบแทนซึ่งกันและกัน โดยต่างเป็นลูกหนี้และเจ้าหนี้ในขณะเดียวกัน เมื่อโจทก์ผู้รับจ้างได้ทำงานให้จำเลยผู้ว่าจ้างและจำเลยได้รับผลงานเป็นประโยชน์แก่ตนแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับสินจ้างตามผลแห่งการงานที่ได้กระทำไป ส่วนข้อตกลงที่ว่า "ไม่ว่าผลคดีจะเป็นอย่างไร และย่อมอยู่แก่ความพอใจของจำเลย" นั้น เป็นเพียงข้อตกลงอันไม่เกี่ยวกับความเป็นผลหรือสิ้นผลของนิติกรรม มิใช่เงื่อนไขตาม ป.พ.พ.มาตรา 144 (เดิม)มาตรา 182 (ใหม่) สัญญาจ้างว่าความระหว่างโจทก์และจำเลยจึงไม่ตกเป็นโมฆะ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสงคราม กาญจนวิวัฒน์ · จำเลย - นายวีระศักดิ์ จนางคะกาญจน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ · ดุสิต เพชรปลูก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายเลิศพงศ์ อินทรหอม · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายวีระศักดิ์ นิศามณี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา