⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1284/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1284/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากเจ้าพนักงานตำรวจมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลกระทำความผิดอาญา แต่เลือกที่จะไม่เข้าจับกุมทันทีโดยไม่มีเหตุอันสมควร และปล่อยให้ผู้ต้องสงสัยหลบหนีไป การกระทำดังกล่าวอาจเป็นข้อพิรุธที่ทำให้พยานหลักฐานที่ได้มาภายหลังไม่น่าเชื่อถือ.

ย่อคำพิพากษา

หากพยานซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมาดักซุ่มดูพฤติการณ์ ของจำเลยโดยเจตนาที่จะจับกุมจำเลย เพราะได้รับรายงานจาก สายลับว่าจำเลยมีพฤติการณ์ขายเมทแอมเฟตามีน เมื่อเห็นจำเลย ส่งมอบห่อของให้ ล. โดยมีพฤติการณ์ลักลอบซ่อนเร้นซึ่งพยานก็คิดว่าจำเลยขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ ล. ตามที่สายลับแจ้งจริง พยานก็ควรเข้าจับกุมจำเลยพร้อม ล. ทันทีข้อที่พยานอ้างว่าเหตุที่ยังไม่เข้าจับกุมทันทีเนื่องจาก ล. นำห่อกระดาษซุก ไว้ที่ทรวงอกจึงไม่สะดวกแก่การค้นตัวผู้ถูกจับกุม ก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งซึ่งสามารถควบคุมตัว ผู้ถูกจับกุมไปมอบให้เจ้าพนักงานตำรวจหญิงค้นที่สถานีตำรวจ หรือเรียกให้มาค้นในที่เกิดเหตุก็ได้ การที่พยานละโอกาส ปล่อยให้ ล. และจำเลยแยกย้ายกันไปแล้วจึงติดตามไปจับกุมล. และต่อมาล่วงเลยมาถึง 2 เดือนเศษ จึงจับกุมจำเลยเป็นข้อพิรุธน่าระแวงสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้ขายเมทแอมเฟตามีน ให้ ล. จริงหรือไม่ ทั้งภายหลังจับกุม ล. แล้ว ในวันเดียวกับที่จับกุม ล. นั้น พยานได้พาพนักงานสอบสวนไปตรวจค้นบ้านร้างและบ้านจำเลย ก็พบจำเลยอยู่ที่บ้านของ จำเลยด้วย แต่ไม่พบเมทแอมเฟตามีนหรือสิ่งผิดกฎหมายอื่นที่บริเวณบ้านจำเลยหรือที่ตัวจำเลย ดังนี้พยานหลักฐานโจทก์จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้มีและขายเมทแอมเฟตามีนตามฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13 ทวิ, 62, 63, 89, 106 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 89 ให้จำคุก 8 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าวันเกิดเหตุวันที่ 9 มิถุนายน 2538 เวลาประมาณ 8.30 นาฬิกาเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนางสาวลำไพ พิธีพรมได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลาง ต่อมาวันที่ 24 สิงหาคม 2538 จับกุมจำเลยมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่โจทก์มีนายดาบตำรวจบรรจง อินทะนะ และจ่าสิบตำรวจสุทธิพงษ์แก้วกัน เป็นประจักษ์พยานเบิกความว่า ก่อนจับกุมนางสาวลำไพได้สืบทราบจากสายลับว่าจำเลยลักลอบขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่เด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไป พยานทั้งสองเคยรู้จักจำเลยมาก่อนเพราะก่อนหน้านี้เคยจับกุมน้องสาวของจำเลย วันเกิดเหตุเวลา6 นาฬิกา พยานทั้งสองขับรถยนต์ปิกอัพส่วนตัวไปจอดซุ่มห่างจากบ้านจำเลย 40 ถึง 50 เมตร ถึงเวลา 8.30 นาฬิกา นางสาวลำไพขับรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านแล้วเดินเข้าบ้านจำเลยประมาณ5 นาที กลับออกมาพร้อมจำเลย จำเลยเดินไปที่บ้านร้างซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านจำเลย นางสาวลำไพจูงรถจักรยานยนต์ไปจอดหน้าบ้านจำเลยแล้วพากันเดินเข้าไปในบ้านร้างประมาณ 10 นาทีเดินออกมาบริเวณหน้าบ้านเห็นจำเลยส่งมอบห่อกระดาษให้นางสาวลำไพนางสาวลำไพนำห่อของนั้นซุกไว้ในเสื้อชั้นในบริเวณทรวงอกพยานคิดว่าจำเลยขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่นางสาวลำไพตามที่สายลับแจ้ง เห็นว่า พยานมาดักซุ่มดูพฤติการณ์ของจำเลยโดยเจตนาที่จะจับกุมจำเลยเพราะได้รับรายงานจากสายลับว่าจำเลยมีพฤติการณ์ขายเมทแอมเฟตามีน เมื่อเห็นจำเลยส่งมอบห่อของให้นางสาวลำไพโดยมีพฤติการณ์ลักลอบซ่อนเร้น ซึ่งพยานก็คิดว่าจำเลยขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่นางสาวลำไพตามที่สายลับแจ้งจริง พยานก็ควรเข้าจับกุมจำเลยพร้อมนางสาวลำไพทันที ข้อที่พยานอ้างว่าเหตุที่ยังไม่เข้าจับกุมทันทีเนื่องจากเห็นว่านางสาวลำไพนำห่อกระดาษซุกไว้ที่ทรวงอกจึงไม่สะดวกแก่การค้นนั้น ไม่สมเหตุผลเพราะการค้นตัวผู้ถูกจับกุมเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งซึ่งสามารถควบคุมตัวผู้ถูกจับกุมไปมอบให้เจ้าพนักงานตำรวจหญิงทำการค้นที่สถานีตำรวจหรือเรียกให้มาค้นในที่เกิดเหตุก็ได้ การที่พยานละโอกาสปล่อยให้นางสาวลำไพและจำเลยแยกย้ายกันไปแล้วจึงติดตามไปจับกุมนางสาวลำไพ และต่อมาวันที่ 24 สิงหาคม 2538ล่วงเลยมาถึง 2 เดือนเศษ จึงจับกุมจำเลย เป็นข้อพิรุธน่าระแวงสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้ขายเมทแอมเฟตามีนให้นางสาวลำไพจริงหรือไม่ทั้งยังได้ความจากพยานทั้งสองตอบทนายจำเลยถามค้านว่าภายหลังจับกุมนางสาวลำไพแล้ว ในวันเดียวกับที่จับกุมนางสาวลำไพนั้น พยานได้พาพนักงานสอบสวนไปตรวจค้นบ้านร้างและบ้านจำเลยก็พบจำเลยอยู่ที่บ้านของจำเลยด้วย ไม่พบเมทแอมเฟตามีนหรือสิ่งผิดกฎหมายอื่นที่บริเวณบ้านจำเลยหรือที่ตัวจำเลย ดังนี้พยานหลักฐานโจทก์จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1284/2541 พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด สวรรคโลก โจทก์ นาง อนิสราหรือตุ่น ศ รีด อก จันทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด สวรรคโลก · จำเลย - นาง อนิสราหรือตุ่น ศ รีด อก จันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คงศักดิ์ วัชรคงศักดิ์ · สันติ ทักราล · สิงหะ สัตยธรรม
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ