คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2595/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่บุคคลภายนอกจะได้สิทธิในอสังหาริมทรัพย์มาโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน และจดทะเบียนโดยสุจริตนั้น ไม่อาจยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกได้ตามมาตรา 1299 วรรคสอง แต่หากบุคคลภายนอกนั้นได้ปล่อยปละละเลยให้ผู้ครอบครองปรปักษ์ครอบครองต่อไปจนครบกำหนดเวลาตามกฎหมาย ผู้ครอบครองปรปักษ์ย่อมได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และยกขึ้นใช้ยันบุคคลภายนอกได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเข้าครอบครองและปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาทมากว่า10 ปี จนจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์มาก่อนที่โจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทมาจาก ว.เจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม แม้จำเลยจะมิได้จดทะเบียนสิทธินั้น จึงไม่อาจยกขึ้นต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่ซื้อที่ดินนั้นมาโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต ตาม ป.พ.พ.มาตรา1299 วรรคสอง ได้ก็ตาม แต่เมื่อปรากฏว่าโจทก์เองก็มิได้ดำเนินการเพื่อแสดงสิทธิดังกล่าวแก่จำเลย กลับปล่อยปละละเลยให้จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทจนกลายเป็นการครอบครองปรปักษ์ต่อโจทก์ต่อมาอีก ฉะนั้น เมื่อจำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทต่อมานับตั้งแต่โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี แล้ว จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ และยกขึ้นใช้ยันโจทก์ได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1382
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - จ่าสิบเอกวิรัตน์ ไทยฉาย · จำเลย - นายแอ ทองจันทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อร่าม หุตางกูร · สุนทร สิทธิเวชวิจิตร · อำนวย เต้พันธ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลพบุรี - นายวรการ ช่วยพนัง · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายจรัล บูรณพันธ์ศรี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา