⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2751/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2751/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ตัวการมอบหมายให้บุคคลอื่นทำการแทนโดยที่บุคคลภายนอกไม่รู้ว่ามีตัวการอยู่ (ตัวแทนเชิด) นั้น ไม่จำต้องทำเป็นหนังสือ และตัวการย่อมผูกพันตามนิติกรรมที่ตัวแทนเชิดได้กระทำไปเสมือนตนเป็นผู้กระทำเอง

ย่อคำพิพากษา

เมื่อฟังได้ว่าจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทได้เชิด ให้ท. เป็นตัวแทนทำสัญญาประนีประนอมยอมความขายที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ดังนั้น แม้สัญญาจะมิได้ระบุว่าท. ได้รับมอบหมายจากจำเลยหรือระบุว่าจำเลยเป็นตัวการในการขายที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ก็ตามก็ไม่เป็นเหตุทำให้จำเลยซึ่งเป็นตัวการพ้นความรับผิด ตามสัญญาที่ทำขึ้น และเนื่องจากกรณีนี้เป็นเรื่องตัวแทนเชิดมิใช่การแต่งตั้งตัวแทนตามปกติ การตั้งตัวแทนดังกล่าวจึงไม่จำต้องทำเป็นหนังสือตามนัยที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.821

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความจะขายที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 1688 ให้แก่โจทก์ในราคา15,000 บาท โจทก์ชำระราคาให้จำเลย 12,500 บาทแล้วต่อมาจำเลยผิดสัญญา ขอให้จำเลยรับเงินจำนวน 2,500 บาทและจดทะเบียนโอนที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1688 แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามขอให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยขายที่ดินให้โจทก์ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับชำระเงิน 2,500 บาทจากโจทก์ แล้วให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 1688 ตำบลกบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า สัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย จ.5 มีผลผูกพันให้จำเลยเจ้าของที่ดินต้องโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่าตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เอกสารหมาย จ.5 ที่นายทองดีทำกับโจทก์นั้น ไม่มีข้อความหรือรายละเอียดกล่าวถึงว่านายทองดีผู้จะขายที่ดินพิพาทได้รับมอบหมายจากผู้ใดให้มาทำกิจการอันใด และผู้ใดเป็นตัวการบ้าง พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลยได้เชิดให้นายทองดีมาทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์นั้น เห็นว่าคดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้นว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทตามฟ้องได้เชิดให้นายทองดีเป็นตัวแทนมาทำสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย จ.5 ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ดังนั้น แม้ในสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย จ.5 จะไม่ได้ระบุว่านายทองดีผู้จะขายที่ดินได้รับมอบหมายจากจำเลยหรือระบุว่าจำเลยเป็นตัวการเกี่ยวกับการขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ก็ตาม ก็ไม่เป็นเหตุให้จำเลยซึ่งเป็นตัวการของนายทองดีพ้นความรับผิดตามสัญญาดังกล่าวได้ เมื่อมิใช่เป็นเรื่องการตั้งตัวแทนไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันตามปกติ แต่เป็นเรื่องตัวแทนเชิด กิจการดังกล่าวนั้น ไม่ต้องทำเป็นหนังสือแต่งตั้งตัวแทน จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ ทั้งนี้ตามนัยที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2751/2541 นาย ยัง เพชร นา ค โจทก์ นาง ทองคำ อักษร ดี หรือ นาง ดำ สุรา ฤทธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ยัง เพชร นา ค · จำเลย - นาง ทองคำ อักษร ดี หรือ นาง ดำ สุรา ฤทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมนูญ โชคชัยพิทักษ์ · สมชัย สายเชื้อ · วิรักษ์ เอื้ออังกูร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6567/2544ฎีกา 3489/2536ฎีกา 597/2534ฎีกา 2763/2536ฎีกา 1117/2527ฎีกา 694/2531ฎีกา 2159/2542ฎีกา 397/2554ฎีกา 1384/2518ฎีกา 449/2519ฎีกา 6542/2552ฎีกา 442/2496ฎีกา 7954/2538ฎีกา 7848/2553ฎีกา 4879/2533ฎีกา 6164/2533ฎีกา 1122/2519ฎีกา 3394/2536ฎีกา 4594/2549ฎีกา 1630/2509ฎีกา 3023/2537ฎีกา 1121/2533ฎีกา 1892/2538ฎีกา 4746/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ