⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3350/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3350/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ยึดจะต้องดำเนินการให้ได้ราคาที่สูงที่สุดเท่าที่จะสามารถประมูลขายได้ หากพฤติการณ์น่าเชื่อว่าการขายใหม่จะได้ราคาสูงกว่า การอนุญาตให้ขายทอดตลาดในราคาที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ถือเป็นการบังคับคดีที่ฝ่าฝืนกฎหมายและศาลมีอำนาจเพิกถอนการขายทอดตลาดได้

ย่อคำพิพากษา

ตามประเพณีของธนาคารจะให้วงเงินรับจำนองทรัพย์ต่ำกว่าราคาที่เป็นจริงสำหรับราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นเพียงการประมาณราคาเพื่อนำมาคำนวณค่าธรรมเนียม ในกรณียึดแล้วไม่มีการขาย และเพื่อดูว่าทรัพย์สินที่ยึด เพียงพอที่จะบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ เป็นการ ประเมินแบบคร่าว ๆ มิใช่ประเมินตามราคาท้องตลาดที่แท้จริง แต่การขายทอดตลาดผู้ทอดตลาดอาจคำนวณราคาโดยอาศัยวงเงิน ที่โจทก์รับจำนองประกอบกับประเพณีของธนาคารที่จะรับจำนอง ในวงเงินที่ต่ำกว่าราคาทรัพย์ที่แท้จริงและจำเลยไม่จำเป็น ต้องคัดค้างการประเมินราคาของเจ้าพนักงานบังคับคดี เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะประเมินราคาให้เหมาะสม โดยให้ขายได้ราคาสูงสุดเท่าที่จะสามารถประมูลขายได้ เมื่อพฤติการณ์น่าเชื่อว่าหากมีการประกาศขายใหม่จะมี ผู้สู้ราคาสูงกว่าในครั้งนี้ การอนุญาตให้ขายของเจ้าพนักงาน บังคับคดีในครั้งนี้จึงมิได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการ ขายทอดตลาด เป็นการบังคับคดีฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 153 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 308 ซึ่งศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงาน บังคับคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.308 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.513

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 2,012,485.24 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ11.75 ต่อปี ของต้นเงิน 1,786,733.74 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยชำระให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 6 เดือนแต่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดทรัพย์คือที่ดินโฉนดเลขที่ 140524พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 และทำการขายทอดตลาดไปเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2539 เป็นเงิน 1,500,000 บาท จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า ราคาที่ขายต่ำกว่าความเป็นจริงมากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอยู่ในทำเลที่ดี การคมนาคมสะดวกเหมาะสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยสามารถขายได้ไม่ต่ำกว่า 3,000,000บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีตีราคาทรัพย์ต่ำกว่าราคาจริงและเป็นการขายครั้งแรก การขายทอดตลาดไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในราคา 1,500,000 บาท เกินกว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงเป็นราคาที่เหมาะสมแล้วจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องเพื่อประวิงคดีและมีเจตนาให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยให้เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดใหม่ต่อไป โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ได้ความว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ขายทอดตลาดโจทก์เคยรับจำนองจากจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2536 เป็นเงิน 1,800,000 บาท ซึ่งการขายทอดตลาดกระทำหลังจากการรับจำนองเกินกว่า 3 ปี แล้ว ในการประมูลโจทก์ผู้ประมูลให้ราคาสูงสุด 1,500,000 บาท สูงกว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งประเมินไว้เพียง 1,345,000 บาทและเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุญาตให้ขาย จำเลยที่ 1 ร้องคัดค้านการขายครั้งนี้ เห็นว่า ตามประเพณีของธนาคารจะให้วงเงินรับจำนองทรัพย์ต่ำกว่าราคาที่เป็นจริง อีกทั้งทรัพย์ที่ขายทอดตลาดคดีนี้เป็นที่ดินและอาคารทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น อยู่ติดถนนซอยการคมนาคมสะดวกเหมาะเป็นที่อยู่อาศัยด้วยแล้ว จึงน่าเชื่อว่าราคาทรัพย์ดังกล่าวย่อมสูงกว่าวงเงินที่โจทก์รับจำนองประกอบกับการขายครั้งนี้เป็นการขายทอดตลาดครั้งแรก ผู้ทอดตลาดน่าจะพอเห็นได้ว่าราคาขายผู้สูงราคาสูงสุดนั้นยังไม่พอเพียง หากถอนทรัพย์จากการขายทอดตลาดครั้งนี้แล้วประกาศขายทอดตลาดใหม่ อาจได้ราคาสูงกว่าที่โจทก์เสนอราคาในครั้งแรกดังที่จำเลยที่ 1 คัดค้านไว้ก็ได้การที่โจทก์อ้างว่าไม่จำเป็นที่หลักประกันจะต้องมีมูลค่าสูงกว่ายอดวงเงินจำนองเพราะธนาคารโจทก์ได้พิจารณาถึงฐานะของจำเลยที่ 1ในขณะขอสินเชื่อว่าเป็นบุคคลผู้มีฐานะดีและมีชื่อเสียงในสังคมมีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ และเป็นลูกค้าที่ดินกับโจทก์มาก่อน โจทก์จึงยอมให้วงเงินกู้แก่จำเลยที่ 1 สูงกว่าราคาหลักประกันนั้น เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 มีอะไรที่เป็นหลักประกันที่จะนำมาชำระหนี้ให้โจทก์มากกว่าทรัพย์สินที่จำนองไว้แก่โจทก์ เมื่อพิจารณาจากราคาของหลักทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าราคาประมาณ 3,000,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาจำนองที่โจทก์ให้วงเงินไว้ 1,800,000 บาท ประมาณหนึ่งเท่าตัว ก็สมเหตุสมผลกับประเพณีการให้วงเงินของธนาคารเป็นปกติแล้ว และสำหรับราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นเพียงการประมาณราคาเพื่อนำมาคำนวณค่าธรรมเนียมในกรณียึดแล้วไม่มีการขาย และเพื่อดูว่าทรัพย์สินที่ยึดเพียงพอที่จะบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ เป็นการประเมินราคาแบบคร่าว ๆ มิใช่ประเมินตามราคาท้องตลาดที่แท้จริงแต่การขายทอดตลาดนั้นผู้ทอดตลาดอาจคำนวณราคาโดยอาศัยวงเงินที่โจทก์รับจำนองประกอบกับประเพณีของธนาคารที่จะรับจำนองในวงเงินที่ต่ำกว่าราคาทรัพย์ที่แท้จริง และจำเลยที่ 1 ก็หาจำเป็นที่จะต้องคัดค้านการประเมินราคาของเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะประเมินราคาให้เหมาะสมตามที่กล่าวมาแล้ว โดยให้การขายได้ราคาสูงสุดเท่าที่จะสามารถประมูลขายได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 513บัญญัติว่า "เมื่อใดผู้ทอดตลาดเห็นว่าราคาซึ่งมีผู้สู้สูงสุดนั้นยังไม่เพียงพอ ผู้ทอดตลาดอาจถอนทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดได้"ศาลฎีกาพิเคราะห์ตามพฤติการณ์แล้วน่าเชื่อว่าหากมีการประกาศขายใหม่จะมีผู้สู้ราคาสูงกว่าในครั้งนี้ การอนุญาตให้ขายของเจ้าพนักงานบังคับคดีในครั้งนี้จึงมิได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการขายทอดตลาดเป็นการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อมาตรา 513 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ประกอบมาตรา 308 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสามให้อำนาจศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3350/2541 ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด ( มหาชน โจทก์ นาย ไพบูลย์ สุข พินิจ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด ( มหาชน · จำเลย - นาย ไพบูลย์ สุข พินิจ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สิงหะ สัตยธรรม · วินัย วิมลเศรษฐ · เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 594/2534ฎีกา 2573/2552ฎีกา 6968/2537ฎีกา 2210/2537ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 5086/2537ฎีกา 2444/2518ฎีกา 3781/2545ฎีกา 6681/2541ฎีกา 780/2535ฎีกา 14209/2555ฎีกา 5388/2534ฎีกา 437/2508ฎีกา 2422/2545ฎีกา 353/2536ฎีกา 241/2499ฎีกา 5768/2534ฎีกา 8337/2540ฎีกา 2644/2530ฎีกา 5015/2541ฎีกา 6734/2559ฎีกา 1690/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ