⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4685/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4685/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลจะฟ้องคดีแทนบุคคลอื่นได้ ต้องได้รับมอบอำนาจจากบุคคลนั้นก่อน หากไม่มีการมอบอำนาจ การฟ้องคดีนั้นย่อมเป็นการฟ้องโดยไม่มีอำนาจฟ้อง ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ โดยบิดามารดายกให้ โจทก์มาประมาณ 10 ปีแล้ว ประเด็นในคดีมีว่าที่พิพาทเป็นของ โจทก์หรือไม่ เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า ที่พิพาทมิใช่ของโจทก์ แต่เป็นของบุตรโจทก์ และบุตรโจทก์มิได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีหรือโจทก์ฟ้องคดีแทนบุตรดังนี้โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้อง เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142(5)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาท โดยโจทก์ได้มาจากบิดามารดา ยกให้เมื่อประมาณ 10 ปีมาแล้ว โจทก์เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินติดต่อกันมาโดยสงบ โดยเปิดเผย โดยสุจริตอย่างเป็นเจ้าของ และโจทก์ได้นำสำรวจเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาเมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2535 โจทก์เข้าไปปลูกบ้านที่พิพาทแต่จำเลยได้รื้อถอนบ้านของโจทก์ แล้วจำเลยเข้าไปปลูกบ้านในที่พิพาทเป็นการละเมิดสิทธิโจทก์ โจทก์ให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอหนองปรือทำการไกล่เกลี่ยให้ แต่ไม่อาจตกลงกันได้จึงต้องฟ้องเป็นคดีนี้ ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนบ้านเรือนของจำเลยออกจากที่พิพาทและห้ามจำเลยและบริวารเข้ามาเกี่ยวข้อง จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินพิพาทตามแนวเส้นสีแดงในรูปแผนที่พิพาทให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากโจทก์จำเลยตกลงแบ่งที่พิพาทกันไม่ได้ก็ให้บังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้องไม่ชอบเพราะคดีนี้อำนาจฟ้องมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น เห็นว่าศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงยุติว่าที่ดินแปลงพิพาทเดิมเป็นของนายจันทร์และนางวนบิดามารดานายสากลสามีโจทก์ต่อมาบิดามารดานายสากลได้ยกที่พิพาทให้บุตรโจทก์ โดยใส่ชื่อโจทก์ไว้แทน เนื่องจากนายสากลไม่ช่วยทำมาหากินและไม่รับผิดชอบเลี้ยงดูบุตร เมื่อโจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์โดยบิดามารดายกให้โจทก์มาประมาณ 10 ปีแล้ว ฉะนั้น ประเด็นในคดีจึงมีว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าที่พิพาทมิใช่เป็นของโจทก์ แต่เป็นของบุตรโจทก์ และบุตรโจทก์มิได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีหรือโจทก์ฟ้องคดีแทนบุตร แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นการส่วนตัว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) ประกอบด้วยมาตรา 246 ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4685/2541 นาง ขจัด สืบ ด้วงหรือพงษ์ไพบูลย์ โจทก์ นาย ฮง บ่อ สิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ขจัด สืบ ด้วงหรือพงษ์ไพบูลย์ · จำเลย - นาย ฮง บ่อ สิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล · ชลอ บุณยเนตร · ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา