⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5513/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5513/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดกฎหมายหลายบทโดยมีเจตนาอย่างเดียว ถือเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท และหากเป็นเหตุในลักษณะคดีจะมีผลถึงจำเลยที่มิได้ฎีกาด้วย

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานเป็นธุระจัดหา ล่อไปชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่นและความผิดฐานพาเด็กหญิงไปจากประเทศสยามเพื่อการรับจ้างให้เข้าทำเมถุนกรรมนั้น เป็นการกระทำไปโดยมีเจตนา อย่างเดียวคือพาผู้เสียหายไปขายบริการทางเพศที่ประเทศ ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการพาออกไปจากประเทศสยาม ถือได้ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบทและกรณี เป็นเหตุในลักษณะคดีจึงมีผลถึงจำเลยที่ 2 ซึ่งมิได้ฎีกาด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213,225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 13 เมษายน 2538 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2538 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันเพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่น จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป ชักพาเด็กหญิง ก. ผู้เสียหาย อายุ 14 ปีไปเพื่อการอนาจาร ขายบริการทางเพศที่ประเทศออสเตรเลีย และตามวันเวลาดังกล่าวข้างต้นจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันพาผู้เสียหายออกไปจากประเทศสยามเพื่อการรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรมที่ร้านขายบริการทางเพศ รัฐนิวเซาธ์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282, 91, 83 พระราชบัญญัติว่าด้วยการค้าหญิงและเด็กหญิงพุทธศักราช 2471 มาตรา 4 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสาม, 83 พระราชบัญญัติว่าด้วยการค้าหญิงและเด็กหญิง พุทธศักราช 2471 มาตรา 4การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดสองกรรมต่างกันลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานเป็นธุระจัดหาเพื่อการอนาจารซึ่งเด็กหญิง จำคุกคนละ 14 ปีฐานพาเด็กหญิงไปนอกราชอาณาจักรเพื่อรับจ้างทำเมถุนกรรมจำคุกคนละ 5 ปี รวมจำคุกคนละ 19 ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1กระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอให้พิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ด้วย โดยมิได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แต่อย่างใด เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ประกอบด้วยมาตรา 225 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท จึงต้องลงโทษบทหนักที่สุดเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 นั้น เห็นว่า ที่จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานเป็นธุระจัดหาล่อไป ชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่นและความผิดฐานพาเด็กหญิงไปจากประเทศสยามเพื่อการรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรมตามฟ้องนั้น เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำไปโดยมีเจตนาอย่างเดียวคือพาผู้เสียหายไปขายบริการทางเพศที่ประเทศออสเตรเลียซึ่งเป็นการพาออกไปจากประเทศสยาม ถือได้ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้นและกรณีเป็นเหตุลักษณะคดีจึงให้มีผลถึงจำเลยที่ 2 ซึ่งมิได้ฎีกาด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213, 225" พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282วรรค 3 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 คงจำคุกคนละ 14 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5513/2541 พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ นาง วิเชียร เสรีรัตน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด · จำเลย - นาง วิเชียร เสรีรัตน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ดุสิต เพชรปลูก · เหล็ก ไทรวิจิตร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 927/2490ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 726/2487ฎีกา 7194/2539ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 3159/2532ฎีกา 9083/2544ฎีกา 3107/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ