คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6136/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าสัญญากู้เงินปลอมเพราะจำเลยมิได้ลงลายมือชื่อในสัญญานั้น ศาลจะรับฟังข้อเท็จจริงอื่นที่จำเลยนำสืบซึ่งนอกเหนือไปจากข้อต่อสู้นั้นมาวินิจฉัยไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยให้การว่า สัญญากู้เงินที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสัญญาปลอมเนื่องจากจำเลยมิได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้เงิน ประเด็นตามคำให้การจึงมีเพียงว่าจำเลยลงลายมือชื่อในสัญญากู้เงินหรือไม่ อันจะนำไปสู่การพิจารณาว่าสัญญากู้เงินปลอมหรือไม่ ส่วนสาเหตุอื่นที่อาจทำให้สัญญากู้เงินปลอมล้วนไม่ใช่ประเด็นตามคำให้การ การที่จำเลยนำสืบว่า จำเลยลงลายมือชื่อในสัญญากู้เงินที่ยังไม่ได้กรอกข้อความเป็นเหตุให้สัญญากู้เงินเป็นสัญญาปลอม และจำเลยยังไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้เงิน จึงเป็นการนำสืบนอกข้อต่อสู้ในคำให้การ ศาลจะรับฟังมาวินิจฉัยไม่ได้ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ต้องห้าม ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 87 (1)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสำลี ทิพย์สวัสดิ์ · จำเลย - นางสาวมลิดา เกตุเพชร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ · บุญธรรม อยู่พุก · บุรินทร์ โชคเกิด |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายพิสัณห์ ชมภูพล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา