⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6702/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6702/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ร้องอาศัยอยู่ในบ้านพิพาทและไม่ได้แสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด ย่อมถือว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลย โจทก์จึงมีสิทธิบังคับคดีแก่ผู้ร้องได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากบ้านพิพาทและขอให้บังคับจำเลยกับบริวารออกไปจากบ้านพิพาท ต่อมาโจทก์จำเลยตกลงกันได้ โดยโจทก์ยอมขายที่ดินและบ้านพิพาทให้แก่จำเลย หากจำเลยผิดนัดให้ถือว่าจำเลยไม่ติดใจซื้อที่ดินและบ้านพิพาทจากโจทก์ และยอมขนย้ายบริวารและทรัพย์สินออกจากที่ดินและบ้านพิพาทภายในกำหนดระยะเวลาที่ตกลงกัน และศาลชั้นต้นได้พิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ต่อมาจำเลยผิดนัดไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์จึงขอให้บังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปิดประกาศกำหนดเวลาให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารจำเลยแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายใน 8 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นบริวารของจำเลย ดังนี้ เมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าว การที่ผู้ร้องยังอาศัยอยู่ในบ้านพิพาทจึงถือว่าผู้ร้องอยู่ในฐานะบริวารของจำเลยแม้ผู้ร้องไม่ได้ถูกฟ้องและเป็นคู่ความในคดีนี้ด้วยก็ตาม โจทก์ย่อมขอบังคับคดีแก่ผู้ร้องได้ ทั้งนี้ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 296 จัตวา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางปราณี ถิตตยานุรักษ์ · ผู้ร้อง - นายพิวัฒน์ สวนทอง · จำเลย - นางสาวสิรินันท์ สัตยดิษฐ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ คำอ่อน · ชวลิต ศรีสง่า · วิเทพ ศิริพากย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายสมเกียรติ วัฒนถาวร · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา