⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7419/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7419/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนตามมาตรา 18 (6) แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 คือผู้เสียสิทธิในการใช้ทางตามมาตรา 1349 แห่ง ป.พ.พ. เท่านั้น ไม่รวมถึงผู้ได้สิทธิในภาระจำยอมโดยประการอื่น. ผู้รับประโยชน์จากทรัพยสิทธิจะต้องขอรับชดใช้ค่าทดแทนภายใน 60 วัน หากตกลงกันไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะต้องนำเงินค่าทดแทนไปวางทรัพย์ตามมาตรา 31.

ย่อคำพิพากษา

บุคคลผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนตามมาตรา 18 (6) แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 คือบุคคลผู้เสียสิทธิในการใช้ทางตามมาตรา 1349 แห่ง ป.พ.พ. ซึ่งเป็นกรณีเกี่ยวกับทางจำเป็นโดยเฉพาะ ไม่รวมถึงผู้ได้สิทธิในการใช้ทางเป็นภาระจำยอมโดยประการอื่น และเมื่อมาตรา 29 บัญญัติถึงทรัพยสิทธิอย่างอื่นเหนืออสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเวนคืนไว้แล้วซึ่งทางภาระจำยอมในคดีนี้เป็นทรัพยสิทธิอย่างหนึ่ง จึงต้องบังคับตามบทบัญญัติที่มีบัญญัติไว้โดยเฉพาะ ไม่อาจนำมาตรา 18 (6) มาใช้บังคับแก่กรณีนี้ในฐานะที่เป็นบทกฎหมายใกล้เคียงอย่างยิ่งได้ ดังนั้น ในกรณีที่เจ้าของที่ดินสามยทรัพย์ได้สิทธิในภาระจำยอมเหนือที่ดินแปลงอื่นโดยทางอื่นนอกจากบทบัญญัติมาตรา 18 (6) จึงต้องบังคับตามมาตรา 29 มาตรา 16 และมาตรา 29 กำหนดให้ผู้รับประโยชน์จากทรัพยสิทธิจะต้องมาขอรับชดใช้จากเงินค่าทดแทนสำหรับอสังหาริมทรัพย์นั้นภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และระหว่างเวลา 60 วันนั้น ถ้าผู้รับประโยชน์จาก ทรัพยสิทธิมาขอรับชดใช้จากเงินค่าทดแทนและตกลงกับเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นได้จึงจะจ่ายเงินค่าทดแทนให้ตามที่คู่กรณีตกลงกัน หากคู่กรณีตกลงกันไม่ได้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่ จะต้องนำเงินค่าทดแทนนั้นไปวางทรัพย์ตามมาตรา 31 แต่ในกรณีผู้รับประโยชน์จาก ทรัพยสิทธิมิได้ขอรับชดใช้จากเงินค่าทดแทนสำหรับอสังหาริมทรัพย์นั้นภายในระยะเวลา ก็ไม่มีกรณีที่คู่กรณีจะตกลงกัน เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่ก็จะต้องจ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบ มิใช่ว่าคู่กรณีจะต้องตกลงกันก่อนจึงจะมารับเงินจำนวนดังกล่าวได้ จำเลยจึงมีหน้าที่จ่ายเงินค่าทดแทน เมื่อจำเลยนำเงินค่าทดแทนไปวางทรัพย์ ณ สำนักงานออมสิน โจทก์จึงชอบที่จะได้รับเงินดอกเบี้ยจากการวางทรัพย์นั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 ม.13 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 ม.16 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 ม.18 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 ม.29 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 ม.31 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม.16 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม.18 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม.29 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยดำเนินการถอนชื่อเจ้าของสามยทรัพย์ทั้ง 45 ราย ที่มีชื่อร่วมกับโจทก์ในการที่จำเลยนำเงินค่าทดแทนไปฝากไว้ ณ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ให้เหลือโจทก์แต่เพียงผู้เดียวเป็นเจ้าของบัญชี และให้จำเลยชำระเป็นดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จากเงินค่าทดแทนที่โจทก์ได้รับจากจำเลยนับแต่วันที่จำเลยนำเงินไปฝากธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ จนกว่าจำเลยจะถอนชื่อเจ้าของสามยทรัพย์ทั้ง 45 ราย ออกจากบัญชีเงินฝาก จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนเงื่อนไขการวางเงินค่าทดแทนเฉพาะส่วนที่เป็นเงินค่าทดแทนที่ดิน จำนวน 1,750,000 บาท ซึ่งจำเลยนำไปฝากธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ในนามของโจทก์ร่วมกับเจ้าของสามยทรัพย์ ให้โจทก์มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินจำนวน 1,750,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น เนื่องจากเงินฝากจำนวนดังกล่าวตั้งแต่วันที่จำเลยฝากเงินเป็นต้นไป คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายสาโรจน์ เป็นผู้ฟ้องและดำเนินคดีแทน โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 6027 ตำบลวังทองหลาง อำเภอบางกะปิ จังหวัดพระนคร (กรุงเทพมหานคร) เนื้อที่ 50 ตารางวา ที่ดินของโจทก์จดทะเบียนเป็นภาระจำยอมเรื่องทางเดินทั้งแปลงแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 3224, 18056, 176464 และ 176465 ตำบลวังทองหลาง อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยโจทก์ได้รับค่าตอบแทนจากเจ้าของที่ดินสามยทรัพย์แปลงละ 5,000 บาท ต่อมามีการรังวัดแบ่งแยกที่ดินสามยทรัพย์ดังกล่าวออกเป็นที่ดินแปลงย่อยอีกจำนวน 45 แปลง ที่ดินโฉนดเลขที่ 6027 เนื้อที่ 38 ตารางวา อยู่ในเขตที่จะต้องเวนคืนตาม พ.ร.ฎ. กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่เขตลาดพร้าว เขตบึงกุ่ม เขตบางกะปิ เขตห้วยขวาง เขตคลองเตย และเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2533 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2533 เพื่อสร้างทางพิเศษระบบทางด่วนสายรามอินทรา - อาจณรงค์ ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้ประกาศกำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์นั้น ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 13 คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ ได้ประกาศกำหนดราคาเบื้องต้นและจำนวนเงินค่าทดแทนของที่ดินโฉนดเลขที่ 6027 เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์มีหนังสือแจ้งให้โจทก์และเจ้าของที่ดินสามยทรัพย์มารับเงินค่าทดแทนดังกล่าวภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ และปิดประกาศแจ้งให้เจ้าของที่ดินสามยทรัพย์ทั้ง 45 ราย มารับเงินค่าทดแทน โจทก์ไปติดต่อขอรับเงินค่าทดแทนภายในเวลาที่กำหนดไว้ แต่เจ้าของที่ดินสามยทรัพย์ทั้ง 45 ราย ไม่ได้ไปติดต่อขอรับเงินค่าทดแทนภายในเวลาที่กำหนด จำเลยไม่จ่ายเงินค่าทดแทนให้โจทก์แต่นำเงินค่าทดแทนไปวางทรัพย์ไว้โดยการฝากไว้ ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ในนามของโจทก์และเจ้าของที่ดินสามยทรัพย์ 45 ราย เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์มีหนังสือแจ้งการวางเงินค่าทดแทนดังกล่าวให้โจทก์และเจ้าของที่ดินสามยทรัพย์ 45 ราย ทราบแล้ว โจทก์ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ค่าทดแทนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีสิทธิรับเงินค่าทดแทนที่ดินจำนวน 1,750,000 บาท ซึ่งจำเลยนำไปฝากธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ในนามของโจทก์เจ้าของภารยทรัพย์ร่วมกับเจ้าของสามยทรัพย์หรือไม่ เห็นว่า บทบัญญัติมาตรา 18 (6) แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ระบุว่าบุคคลผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน หมายถึงบุคคลผู้เสียสิทธิในการใช้ทางตามมาตรา 1349 แห่ง ป.พ.พ. ซึ่งเป็นกรณีเกี่ยวกับทางจำเป็นโดยเฉพาะหาได้หมายความรวมถึงผู้ได้สิทธิในการใช้ทางเป็นภาระจำยอมโดยประการอื่นดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยไม่ และเมื่อมาตรา 29 บัญญัติถึงทรัพยสิทธิอย่างอื่นเหนืออสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเวนคืนไว้แล้วซึ่งทางภาระจำยอมในคดีนี้เป็นทรัพยสิทธิอย่างหนึ่ง จึงต้องบังคับตามบทบัญญัติที่มีบัญญัติไว้โดยเฉพาะ ไม่อาจนำมาตรา 18 (6) มาใช้บังคับแก่กรณีนี้ตามมาตรา 4 แห่ง ป.พ.พ. ในฐานะที่เป็นบทกฎหมายใกล้เคียงอย่างยิ่ง ดังนั้น ในกรณีที่เจ้าของที่ดินสามยทรัพย์ได้สิทธิในภาระจำยอมเหนือที่ดินแปลงอื่นโดยทางอื่นนอกจากบทบัญญัติมาตรา 18 (6) จึงต้องบังคับตามมาตรา 29 คือต้องถือว่าเจ้าของสามยทรัพย์ทั้ง 45 ราย เป็นผู้รับประโยชน์จากทรัพยสิทธิในที่นี้ก็คือทางการะจำยอมเหนือที่ดินของโจทก์ที่อยู่ในเขตที่จะต้องเวนคืนตามมาตรา 29 คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่า เมื่อจำเลยได้แจ้งต่อเจ้าของสามยทรัพย์ทั้ง 45 ราย ให้มารับชดใช้จากเงินค่าทดแทนสำหรับอสังหาริมทรัพย์นั้นภายใน 60 วันนับแต่วันรับแจ้ง แต่เจ้าของสามยทรัพย์ทั้ง 45 ราย มิได้มาขอรับชดใช้จากเงินค่าทดแทนดังกล่าว จำเลยชอบที่จะนำเงินค่าทดแทนดังกล่าวไปวางทรัพย์ไว้เพื่อประโยชน์แก่โจทก์เจ้าของภารยทรัพย์และเจ้าของสามยทรัพยทั้ง 45 ราย นั้น หรือไม่ เห็นว่า ในมาตรา 16 และมาตรา 29 กำหนดให้ผู้รับประโยชน์จากทรัพยสิทธิจะต้องมาขอรับชดใช้จากเงินค่าทดแทนสำหรับอสังหาริมทรัพย์นั้นภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ซึ่งตามมาตรา 29 บัญญัติต่อไปว่าในระหว่างระยะเวลา 60 วันนั้นยังมิให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่จ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์ นั้น เว้นแต่คู่กรณีจะตกลงกันได้แล้ว ซึ่งหมายความว่าในระหว่างเวลา 60 วันนั้น ถ้าผู้รับประโยชน์จากทรัพยสิทธิมาขอรับชดใช้จากเงินค่าทดแทนและตกลงกัน เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นได้จึงจะจ่ายเงินค่าทดแทนให้ตามที่คู่กรณีตกลงกัน หากคู่กรณีตกลงกันไม่ได้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่ จะต้องนำเงินค่าทดแทนนั้นไปวางทรัพย์ตามมาตรา 31 แต่ในกรณีที่ผู้รับประโยชน์จากทรัพยสิทธิดังกล่าวมิได้ขอรับชดใช้จากเงินค่าทดแทนสำหรับอสังหาริมทรัพย์นั้นภายในระยะเวลา 60 วัน ก็ไม่มีกรณีที่คู่กรณีจะตกลงกัน เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่จะต้องจ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์ หาได้หมายความว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายกับผู้รับประโยชน์จากทรัพยสิทธิดังกล่าวจะต้องตกลงกันก่อนจึงจะมารับเงินจำนวนดังกล่าวได้ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่คู่ความรับกันฟังได้ว่า จำเลยได้แจ้งให้เจ้าของสามยทรัพย์ทั้ง 45 ราย มาขอรับชดใช้เงินค่าทดแทนสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนภายใน 60 วันแล้ว แต่เจ้าของสามยทรัพย์ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์จากทรัพยสิทธิดังกล่าวมิได้มาขอรับชดใช้จากเงินค่าทดแทนสำหรับอสังหาริมทรัพย์ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเช่นนี้ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น หาชอบที่จะนำเงินค่าทดแทนไปวางทรัพย์ไว้ตามบทบัญญัติมาตรา 31 ไม่ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7419/2541 นางกุสุมา พิทักษ์วงศ์ โจทก์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกุสุมา พิทักษ์วงศ์ · จำเลย - การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ · สุรินทร์ นาควิเชียร · กนก พรรณรักษา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุทิน นาคพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นางสิริรัตน์ จันทรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3551/2539ฎีกา 4907/2566ฎีกา 8003/2567ฎีกา 2910/2526ฎีกา 121/2536ฎีกา 6471/2541ฎีกา 4913/2536ฎีกา 11486/2556ฎีกา 6190/2540ฎีกา 15198/2551ฎีกา 4801/2540ฎีกา 796/2552ฎีกา 5281/2531ฎีกา 881/2518ฎีกา 307/2547ฎีกา 6561/2541ฎีกา 3351/2535ฎีกา 2898/2543ฎีกา 4176/2535ฎีกา 774/2553ฎีกา 7405/2540ฎีกา 1706/2567ฎีกา 6435/2543ฎีกา 2747/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา