⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 815/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 815/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดฐานบุกรุกหลายครั้งโดยมีเจตนาเดียวกันและเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกัน ถือเป็นความผิดกระทงเดียว หากเป็นความผิดอันยอมความได้ การร้องทุกข์เกินกว่าสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด เป็นเหตุให้คดีขาดอายุความ

ย่อคำพิพากษา

บริษัทที่จำเลยเป็นกรรมการผู้จัดการประกอบธุรกิจขายรถจักรยานยนต์เพื่อการนำรถจักรยานยนต์ออกตั้งและแสดงแก่ประชาชนเพื่อขายในเวลากลางวันและนำรถเข้าเก็บในร้านในเวลากลางคืนย่อมเป็นกิจปกติที่ผู้มีอาชีพเช่นนั้นพึงกระทำเป็นประจำต่อเนื่องกันทุกวันดังนั้น การที่จำเลยนำรถจักรยานยนต์เข้าไปจอดและตั้งแสดงบนที่ดินของโจทก์ร่วมที่อยู่ติดกับร้านขายรถจักรยานยนต์ของจำเลยเพื่อขายในเวลากลางวันและนำเข้าเก็บรักษาในร้านในเวลากลางคืน เมื่อตามสภาพบังคับให้จำเลยต้องเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์ออกไปจากที่ดินของโจทก์ร่วมเป็นการชั่วคราวเพื่อจำเลยจะได้นำเข้าไปตั้งแสดงใหม่ในวันรุ่งขึ้นด้วยจุดประสงค์เดียวกันกับที่ได้กระทำมาแล้วในครั้งแรกหากการกระทำดังกล่าวของจำเลยเป็นความผิดฐานบุกรุกตามที่โจทก์ฟ้อง ก็เป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายในฐานความผิดเดียวกันโดยผู้กระทำผิดคนเดียวกัน และมีจุดประสงค์ในการกระทำความผิดเป็นอย่างเดียวกัน แม้จะมีการกระทำหลายครั้งแต่การกระทำเหล่านั้นก็เป็นเพียงการกระทำที่ยืดออกไปจากการกระทำความผิดครั้งแรกและเป็นเพียงผลของการบุกรุกที่ได้กระทำสำเร็จไปแล้ว หาใช่เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกันแยกออกไปต่างหากไม่ ต้องถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกระทงเดียวนับแต่การกระทำความผิดครั้งแรกสำเร็จลง เมื่อความผิดฐานบุกรุกตามที่โจทก์ฟ้องเป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์ร่วมซี่งเป็นผู้เสียหายได้รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2536 แต่โจทก์ร่วมเพิ่งร้องทุกข์เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2537 พ้นกำหนด 3 เดือนแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๗ ถึงวันที่ ๒๕ตุลาคม ๒๕๓๗ เวลากลางวันต่อเนื่องกัน จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินซึ่งเป็นของบริษัทสหไทยชัยกิจ จำกัด ผู้เสียหายโดยจำเลยนำรถจักรยานยนต์จำนวนมากเข้าไปจอดเรียงกันเป็นแถวในที่ดินของผู้เสียหายเพื่อจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไป อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวล-กฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น บริษัทสหไทยชัยกิจ จำกัดผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ โดยอัยการสูงสุดกับผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ร่วมฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทนครหลวงคอมเมอร์เชียลจำกัด มีกิจการเกี่ยวกับการขายรถจักรยานยนต์จำเลยได้นำรถจักรยานยนต์จำนวนหลายคันไปจอดบนที่ดินของโจทก์ร่วมซึ่งอยู่ติดกับร้านขายรถจักรยานยนต์ของบริษัทเพื่อขายและแสดงแก่ประชาชนทั่วไปเฉพาะในเวลากลางวันทุกวันเว้นวันหยุดราชการ ส่วนเวลากลางคืนจำเลยจะขนย้ายรถจักรยานยนต์เข้าจอดเก็บไว้ในร้านของบริษัทเป็นประจำ โจทก์ร่วมเคยมีหนังสือห้ามมิให้กรรมการและบริษัทดังกล่าวนำรถจักรยานยนต์เข้าไปจอดบนที่ดินของโจทก์ร่วมเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๓๖ แต่จำเลยยังนำรถจักรยานยนต์เข้าจอดเป็นประจำตลอดมาวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๓๗ โจทก์ร่วมจึงร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ร่วมตามเอกสารหมาย จ.๔ ดังนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันและคดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า บริษัทที่จำเลยเป็นกรรมการผู้จัดการอยู่ประกอบธุรกิจขายรถจักรยานยนต์ การนำรถจักรยานยนต์ออกตั้งและแสดงแก่ประชาชนเพื่อขายในเวลากลางวันและนำรถเข้าเก็บในร้านในเวลากลางคืนย่อมเป็นกิจปกติที่ผู้มีอาชีพเช่นนั้นพึงกระทำเป็นประจำต่อเนื่องกันทุกวันเหตุนี้ที่จำเลยนำรถจักรยานยนต์เข้าไปจอดและตั้งแสดงบนที่ดินของโจทก์ร่วมที่อยู่ติดกับร้านขายรถจักรยานยนต์ของจำเลยเพื่อขายในเวลากลางวันและนำเข้าเก็บรักษาในร้านในเวลากลางคืนตามสภาพบังคับให้ต้องเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์ออกไปจากที่ดินของโจทก์ร่วมเป็นการชั่วคราวเพื่อจะได้นำเข้าไปตั้งแสดงใหม่ในวันรุ่งขึ้นด้วยจุดประสงค์เดียวกันกับที่ได้กระทำมาแล้วในครั้งแรกอีก หากการกระทำดังกล่าวของจำเลยจะเป็นความผิดฐานบุกรุกตามที่โจทก์ฟ้องก็เป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายในฐานความผิดเดียวกันโดยผู้กระทำผิดคนเดียวกัน และมีจุดประสงค์ในการกระทำความผิดเป็นอย่างเดียวกัน แม้จะมีการกระทำหลายครั้งแต่การกระทำเหล่านั้นก็เป็นเพียงการกระทำที่ยืดออกไปจากการกระทำความผิดครั้งแรกและเป็นเพียงผลของการบุกรุกที่ได้กระทำสำเร็จไปแล้ว หาใช่เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกันแยกออกไปต่างหากไม่ ต้องถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกระทงเดียวนับแต่การกระทำความผิดครั้งแรกสำเร็จลง เมื่อความผิดฐานบุกรุกตามที่โจทก์ฟ้องเป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์ร่วมได้รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๓๖ แต่โจทก์ร่วมเพิ่งร้องทุกข์เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๓๗พ้นกำหนด ๓ เดือนแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 815/2541 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ บริษัทสหไทยชัยกิจ จำกัด โจทก์ร่วม นายบุญชัย ชวนรุ่งวัฒนา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ร่วม - บริษัทสหไทยชัยกิจ จำกัด · จำเลย - นายบุญชัย ชวนรุ่งวัฒนา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพล พันธุมโน · ชูชาติ ศรีแสง · กมล เพียรพิทักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงตลิ่งชัน - นายพรเทพ ศิริมหาพฤษ์ · ศาลอุทธณ์ - นายวิชัย ชื่นชมพูนุท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7958/2555ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 435/2535ฎีกา 7194/2539ฎีกา 3310/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา