⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1083/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานที่แตกต่างจากคำให้การชั้นสอบสวนได้ หากคำให้การชั้นพิจารณาขัดแย้งกับเหตุผลและมีลักษณะเป็นการช่วยเหลือจำเลย * คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและสอบสวน ประกอบกับพฤติการณ์แวดล้อม สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการลงโทษจำเลยได้ แม้จะไม่มีประจักษ์พยาน * การบรรยายฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากการกสิกรรม ต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป็นของเจ้าทรัพย์ผู้มีอาชีพกสิกรรมด้วย จึงจะเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (12)

ย่อคำพิพากษา

พยานโจทก์เบิกความชั้นพิจารณาว่าจำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้ลักทรัพย์ซึ่งขัดต่อเหตุผล เห็นเจตนาได้ชัดว่าพยานโจทก์เบิกความช่วยเหลือจำเลยมิให้รับโทษศาลย่อมฟังข้อเท็จจริงตามคำให้การโจทก์ในชั้นสอบสวนซึ่งสมเหตุผลยิ่งกว่าได้ แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยกระทำผิด แต่จำเลยให้การรับสารภาพมาตั้งแต่ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน นำชี้ที่เกิดเหตุแสดงการลักทรัพย์ประกอบกับคำพยานโจทก์และพฤติการณ์แวดล้อมแล้ว ฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ของผู้เสียหาย โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยลักยางพาราซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกสิกรรม มิได้กล่าวในฟ้องว่า เป็นยางพาราของเจ้าทรัพย์ผู้มีอาชีพกสิกรรม ขาดองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ.มาตรา 335 (12) จึงลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายดังกล่าวไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๓๓๔, ๓๓๕ (๑) (๘) (๑๒), ๓๓๖ ทวิ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน๙๖๐ บาท แก่ผู้เสียหาย นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่๑๑๓๑/๒๕๔๐ และ ๑๑๓๒/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕ (๑) (๗) (๘) (๑๒) วรรคสาม, ๓๓๖ ทวิ จำคุก ๓ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๒ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาแทนทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน ๙๖๐ บาทแก่ผู้เสียหาย นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๙๕๐/๒๕๔๑ และ๙๕๑/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน ๗๒๐ บาท แก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า วันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องมีคนร้ายลักยางพารา ๒๐ แผ่น ของผู้เสียหายไป มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นคนร้ายหรือไม่ เห็นว่า หลังจากที่ผู้เสียหายแจ้งเจ้าพนักงานตำรวจและแจ้งนายอาแซ มามะ ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าพนักงานตำรวจและนายอาแซสืบสวนทราบว่าจำเลยกับนายอัมตอเลาะ นิยาหรือปียา และนายมะ ไม่ทราบนามสกุล ลักทรัพย์ของผู้เสียหาย โดยใช้รถยนต์กระบะของนายลาลิ เปาะและ เป็นยานพาหนะเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้โดยโจทก์มีสิบตำรวจเอกคำนึง สมุทรจินดา เป็นพยานว่า จับจำเลยตามหมายจับ จำเลยวิ่งหนีแต่หนีไม่พ้น จำเลยรับสารภาพว่าลักยางพาราผู้เสียหาย ตามหลักฐานบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.๑๔ ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพและนำชี้ที่เกิดเหตุ โดยโจทก์มีร้อยตำรวจโทฎีกาวุฒิ จุลถาวร และร้อยตำรวจเอกสมพล แก่งกระจาย พนักงานสอบสวนเบิกความเป็นพยานว่า จำเลยรับสารภาพโดยสมัครใจ มีเอกสารบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนจำเลย บันทึกการนำชี้ที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.๑๗ และ จ.๑๘ เป็นหลักฐานข้อเท็จจริงตามที่สืบสวนทราบว่า จำเลยกับพวกใช้รถยนต์กระบะของนายลาลิเป็นยานพาหนะในการลักทรัพย์ ตรงตามที่จำเลยให้การรับสารภาพ ทั้งนายอาแซผู้ใหญ่บ้านยังยึดรถยนต์กระบะคันนี้มอบให้พนักงานสอบสวนเป็นของกลาง นายลาลิพยานโจทก์เบิกความว่า นายอัมตอเลาะเป็นน้องของภริยา เป็นคนนำรถยนต์กระบะของพยานไป ทั้งนายลาลิและนายอาแซให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า จำเลยและนายอัมตอเลาะยอมรับกับพยานทั้งสองว่าลักยางพาราของผู้เสียหาย จะใช้ค่าเสียหายให้และให้การว่านายอาแซเป็นคนยึดรถยนต์กระบะ การที่พยานโจทก์ทั้งสองคนนี้เบิกความชั้นพิจารณาว่า จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้ลักทรัพย์ ขัดต่อเหตุผล หากเป็นความจริงแล้ว ในชั้นแรกจะให้การต่อพนักงานสอบสวนเช่นนั้นได้อย่างไร และจะยึดรถยนต์นั้นมาด้วยเหตุใด เห็นเจตนาได้ชัดว่า เบิกความช่วยเหลือจำเลยมิให้รับโทษศาลฟังข้อเท็จจริงตามคำให้การชั้นสอบสวนซึ่งสมเหตุผลยิ่งกว่าได้ คดีนี้แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยกระทำผิด แต่จำเลยให้การรับสารภาพมาตั้งแต่ชั้นจับกุมชั้นสอบสวน นำชี้ที่เกิดเหตุแสดงการลักทรัพย์ประกอบกับคำพยานและพฤติการณ์แวดล้อมแล้ว ฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ของผู้เสียหาย แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑๒) ด้วยนั้น โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยลักยางพาราซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกสิกรรม มิได้กล่าวในฟ้องว่า เป็นยางพาราของเจ้าทรัพย์ผู้มีอาชีพกสิกรรม ขาดองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑๒) จะลงโทษตามบทกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕ (๑) (๗) (๘) วรรคสาม ประกอบด้วยมาตรา ๓๓๖ ทวิ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2542 พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี โจทก์ นายดอรอแมหรือดราแมหรือราแมง ปาลอฆง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี · จำเลย - นายดอรอแมหรือดราแมหรือราแมง ปาลอฆง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สายันต์ สุรสมภพ · ผล อนุวัตรนิติการ · สมลักษณ์ จัดกระบวนพล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปัตตานี - นายสถาพร ประสารวรรณ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 1271/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา