คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1350/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งเคยร้องขัดทรัพย์โดยอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโดยการครอบครองปรปักษ์ และศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกคำร้อง โดยวินิจฉัยว่าการครอบครองนั้นมิใช่ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ การที่บุคคลนั้นมาร้องในประเด็นเดียวกันอีก แม้จะอ้างเหตุอื่นประกอบ ก็ถือเป็นฟ้องซ้ำ.
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินรายเดียวกันกับคดีก่อน ซึ่งผู้คัดค้านในคดีนี้เป็นโจทก์ และผู้ร้องได้ร้องขัดทรัพย์ โดยผู้ร้องอ้างเหตุในคดีก่อนว่า ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกคำร้องขัดทรัพย์โดยวินิจฉัยว่า ผู้ร้องครอบครองที่ดินพิพาทในฐานะผู้จะซื้อ มิใช่ครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ การที่ผู้ร้องมาร้องเป็นคดีนี้อ้างว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์อีก แม้ผู้ร้องอ้างว่าได้ชำระราคาที่ดินครบถ้วนแล้วก็ตาม แต่การได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์นั้น ประเด็นมิได้อยู่ที่ว่าผู้ร้องชำระราคาค่าที่ดินครบถ้วนแล้วหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าผู้ร้องครอบครองโดยสงบเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของครบสิบปีแล้วหรือไม่ ดังนั้นการที่ผู้ร้องมาร้องเป็นคดีนี้ย่อมเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุเดียวกัน จึงเป็นฟ้องซ้ำ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 148
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นางสาวจารุมาลย์ ระวานนท์ · ผู้คัดค้าน - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไทยซัมมิท จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิชา มหาคุณ · วินัย วิมลเศรษฐ · พูนศักดิ์ จงกลนี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายชัยฤทธิ์ ลีลาเกรียงศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญเลิศ เย็นทรวง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา