⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1944/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1944/2542

ป.พ.พ. ม.867, 869, 879 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งเหตุสูญหายหรือเสียหายตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยถือเป็นข้อสาระสำคัญแห่งสัญญา ผู้รับประกันภัยมีสิทธิยกเงื่อนไขดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลได้ หากผู้เอาประกันภัยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการแจ้งเหตุที่กำหนดไว้

ย่อคำพิพากษา

กรมธรรม์ประกันภัยที่กำหนดเงื่อนไขให้ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งให้ผู้รับประกันภัยทราบถึงการสูญหายหรือเสียหายในทันทีภายใน 15 วัน นับแต่วันเกิดการสูญเสียหรือสูญหาย มิฉะนั้นผู้รับประกันภัยจะไม่รับพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ถือว่าเป็นข้อสาระสำคัญแห่งสัญญา แม้บริษัทผู้รับประกันภัยจำเลยจะไม่ยกเงื่อนไขเป็นข้อต่อสู้ในการเจรจาประนีประนอม แต่ก็หาได้ตัดสิทธิจำเลยที่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลไม่ เมื่อโจทก์มีหนังสือแจ้งค่าเสียหายให้จำเลยทราบเพียงครั้งเดียว โดยค่าเสียหายก่อนหน้านั้นโจทก์มิได้แจ้งให้จำเลยทราบ กรณีจึงมิได้เป็นไปตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยมีสิทธิที่จะไม่รับพิจารณาใช้ค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งก่อน ๆ ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.867 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.869 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.879 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.881

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.867 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.869 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.879 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.881 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๔๒๕,๓๗๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๓๗๑,๒๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๓๖ จำเลยได้รับประกันภัยสิ่งปลูกสร้างและกำแพงรั้วซึ่งไม่รวมรากฐานไว้จากโจทก์ มีกำหนดระยะเวลาประกันภัย ๑ ปี โดยกรมธรรม์ประกันภัยขยายความคุ้มครองถึงความเสียหายจากภัยระเบิด ภัยแผ่นดินไหว ลมพายุ ภัยจากยวดยานพาหนะ ภัยจราจล การนัดหยุดงาน และภัยเนื่องจากการกระทำป่าเถื่อน เจตนาร้าย และภัยเนื่องจากไฟฟ้า โจทก์ได้นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและกำแพงรั้วที่จำเลยรับประกันภัยให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ข.ส.ม.ก.) เช่าตามสัญญาเช่าอู่และลานจอดรถ ในระหว่างที่สัญญาประกันภัยมีผลคุ้มครองเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๓๗ กำแพงรั้วที่จำเลยรับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหายเนื่องจากถูกรถยนต์โดยสารประจำทาง ข.ส.ม.ก. ชน มิใช่เกิดจากการเสื่อมสภาพของวัตถุที่เอาประกันภัย โจทก์ได้แจ้งเหตุเกิดความเสียหายให้จำเลยทราบแล้ว ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในชั้นนี้มีว่า การที่กรมธรรม์ประกันภัยกำหนดเงื่อนไขการรับประกันภัยไว้ ให้ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งให้ผู้รับประกันภัยทราบถึงการสูญหายหรือเสียหายในทันทีและภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันเกิดการสูญเสียหรือเสียหาย มิฉะนั้น ผู้รับประกันภัยจะไม่รับพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้นั้น ถือว่าเป็นข้อสาระสำคัญแห่งสัญญาหรือไม่ เห็นว่า เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นแก่วัตถุที่จำเลยรับประกันภัย ตามธรรมดาผู้รับประกันภัยต้องรับผิด เว้นแต่จะไม่เป็นไปตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ การที่จำเลยปฏิเสธไม่ยอมรับผิดในค่าเสียหายครั้งอื่น แม้จะไม่เป็นที่ชัดแจ้งว่าจำเลยอ้างเหตุใด แต่คงเป็นเหตุตามเงื่อนไขในกรมธรรม์นั่นเอง นอกจากนี้ จำเลยยินยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์อยู่แล้ว จึงให้ตัวแทนเจรจาเรื่องค่าเสียหายอย่างเดียว หากตกลงกันได้ก็ไม่จำเป็นต้องยกเงื่อนไขในกรมธรรม์ขึ้นต่อสู้ แต่จะอย่างไรก็ตาม การที่จำเลยไม่ได้ยกเงื่อนไขขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในการเจรจาประนีประนอม หาได้ตัดสิทธิจำเลยที่ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลไม่ และเห็นว่าเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยข้อ ๖.๑ ให้เป็นหน้าที่ของผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งเหตุการสูญเสียหรือเสียหายใด ๆ ให้ผู้รับประกันภัยทราบทันทีและภายในกำหนด ๑๕ วัน นั้น มีข้อกำหนดยกเว้นความรับผิดไว้ด้วยว่า ผู้รับประกันภัยจะไม่รับพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทน นอกจากผู้เอาประกันภัยได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวจึงถือว่าเป็นข้อสาระสำคัญ? พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1944/2542 บริษัทเลิศดี จำกัด โจทก์ บริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเลิศดี จำกัด · จำเลย - บริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ผล อนุวัตรนิติการ · ระพินทร บรรจงศิลป · สมลักษณ์ จัดกระบวนพล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายทวีป บุตตะโยธี · ศาลอุทธรณ์ - นางจิระวรรณ ศิริบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3760/2533ฎีกา 1492/2524ฎีกา 3431/2529ฎีกา 1468/2521ฎีกา 1971/2519ฎีกา 898/2521ฎีกา 7470/2543ฎีกา 60/2523ฎีกา 168/2532ฎีกา 2779/2527ฎีกา 4133/2542ฎีกา 3622/2528ฎีกา 2668/2528ฎีกา 1742/2520ฎีกา 7063/2539ฎีกา 494/2506ฎีกา 3728/2535ฎีกา 2290/2530ฎีกา 2208/2518ฎีกา 5048/2549ฎีกา 13383-13386/2557ฎีกา 621/2527ฎีกา 2661/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา