คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3828/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สิทธิของโจทก์ที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินของจำเลยที่ออกทับที่ดินของตน ย่อมมีอยู่ตลอดไปและไม่ขาดอายุความ หากไม่มีการแย่งการครอบครองเกิดขึ้น
2. เมื่อศาลวินิจฉัยว่าโฉนดที่ดินของจำเลยออกทับที่ดินของโจทก์ ศาลย่อมมีอำนาจสั่งห้ามจำเลยเกี่ยวข้องในที่พิพาทตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ได้ แม้จะไม่ได้ตั้งประเด็นข้อพิพาทไว้ก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยต่างมิได้เข้าทำประโยชน์ในที่พิพาทต่างถือสิทธิโดยอ้างเพียงเอกสารสิทธิตาม น.ส.3 และโฉนดที่ดินที่ตนมีชื่ออยู่เป็นสำคัญคดีจึงไม่มีปัญหาไปถึงเรื่องการแย่งการครอบครอง ดังนั้น สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกร้องให้เพิกถอนโฉนดที่ดินของจำเลยย่อมมีอยู่ตลอดไป คดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความและไม่ต้องด้วยกรณีห้ามฟ้องเกินกำหนดตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 วรรคสอง
เมื่อศาลฟังว่าโฉนดที่ดินของจำเลยออกทับที่ดินของโจทก์ อันเป็นการวินิจฉัยในประเด็นพิพาทที่ตั้งไว้ และให้เพิกถอนโฉนดส่วนที่ออกทับนั้น ศาลก็ย่อมมีอำนาจพิพากษาห้ามจำเลยเกี่ยวข้องในที่พิพาทตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ได้ แม้ศาลจะไม่ได้ตั้งเรื่องนี้เป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ก็ตาม หาใช่การพิพากษานอกประเด็นไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - างสุภาวดี อุดมมงคลกิจ · จำเลย - างวารุณี ไตรวิวัฒนา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประดิษฐ์ สิงหทัศน์ · พิมล สมานิตย์ · ศุภชัย ภู่งาม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายสุทธิ จันทรสุทธิ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายสุรภพ ปัทมะสุคนธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา