⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3897/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3897/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งได้เข้าเป็นคู่ความในคดีก่อน และข้อเท็จจริงในคดีนั้นได้ถูกวินิจฉัยโดยคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ข้อเท็จจริงนั้นย่อมผูกพันคู่ความนั้นในคดีต่อๆ ไปด้วย

ย่อคำพิพากษา

ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาในคดีก่อนว่า มารดาโจทก์กู้ยืมเงินมารดาจำเลย โดยมารดาโจทก์มอบที่ดินพิพาทให้มารดาจำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย ข้อเท็จจริงเช่นนี้ย่อมผูกพันคู่ความจำเลยซึ่งเป็นคู่ความในคดีก่อนด้วยจึงหาอาจจะโต้เถียงเป็นประการอื่นได้ไม่ จำเลยต้องคืนที่ดินพิพาทให้โจทก์โดยรับเงินกู้ยืมคืน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นางกุ้มฉุ้ย ธุระการณ์ มารดาโจทก์กู้ยืมเงิน 10,000 บาทจากนางขิ้ม อุทัยรัตน์ มารดาจำเลยโดยมอบที่พิพาทตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 26 เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 1 งาน ของนางกิ้มฉุ้ยให้นางขิ้มทำนาต่างดอกเบี้ย และมอบแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1)ให้นางขิ้มยึดถือไว้เป็นประกันเงินกู้ ต่อมานางกิ้มฉุ้ยถึงแก่กรรม ที่ดินดังกล่าวตกเป็นของโจทก์ เมื่อนางขิ้มถึงแก่กรรมจำเลยทำนาในที่พิพาทต่างดอกเบี้ยสืบต่อจากนางขิ้ม โจทก์ขอไถ่ถอนหลายครั้งจำเลยไม่ยินยอม เมื่อวันที่ 15กุมภาพันธ์ 2538 โจทก์ส่งเงิน 10,000 บาท ทางธนาณัติชำระหนี้เงินกู้และให้จำเลยคืนที่พิพาท จำเลยได้รับธนาณัติแล้วส่งคืนโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยรับเงิน 10,000 บาท จากโจทก์ และคืนที่พิพาทพร้อมแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) แก่โจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า นางกิ้มฉุ้ยได้ส่งมอบและสละการครอบครองที่พิพาทให้นางขิ้ม นางขิ้มครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทตั้งแต่ปี 2513 ปี 2518 นางกิ้มฉุ้ยถึงแก่กรรม ปี 2520นางขิ้มถึงแก่กรรม ที่พิพาทจึงเป็นมรดกตกได้แก่จำเลย โจทก์ซึ่งเป็นบุตรของนางกิ้มฉุ้ยไม่ได้ฟ้องเพื่อเรียกคืนการครอบครองที่พิพาทภายใน 1 ปี นับแต่นางกิ้มฉุ้ยถึงแก่กรรม โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยทำประโยชน์ในที่พิพาทโดยความสงบ เปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของนางขิ้มและจำเลยมิได้ครอบครองที่พิพาทแทนนางกิ้มฉุ้ยหรือโจทก์ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาให้ที่พิพาทเป็นของจำเลย ห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้อง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ใช่เจ้าของสิทธิในที่พิพาทมารดาจำเลยและจำเลยครอบครองที่พิพาทแทนมารดาโจทก์และโจทก์ตลอดมา ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชำระเงิน 10,000 บาท แก่จำเลยให้จำเลยคืนที่พิพาทและแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 26แก่โจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาในคดีก่อนว่า นางกิ้มฉุ้ยมารดาโจทก์กู้ยืมเงินนางขิ้มมารดาจำเลย โดยนางกิ้มฉุ้ยมอบที่พิพาทให้นางขิ้มทำกินต่างดอกเบี้ย ข้อเท็จจริงเช่นนี้ย่อมผูกพันคู่ความจำเลยซึ่งเป็นคู่ความในคดีก่อนด้วยหาอาจจะโต้เถียงเป็นประการอื่นได้ไม่จำเลยต้องคืนที่พิพาทให้โจทก์โดยรับเงินกู้ยืมคืน และตามคำให้การจำเลยไม่มีประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครอง ฎีกาของจำเลยในปัญหานี้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3897/2542 นาง สุดา แก้วมณีโชติ โจทก์ นาง ยวง สาลิกา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สุดา แก้วมณีโชติ · จำเลย - นาง ยวง สาลิกา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประดิษฐ์ สิงหทัศน์ · พิมล สมานิตย์ · ศุภชัย ภู่งาม
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1788/2505ฎีกา 1722/2515ฎีกา 2611/2517ฎีกา 1777/2499ฎีกา 3405/2537ฎีกา 2617/2524ฎีกา 7223/2540ฎีกา 4134/2535ฎีกา 181/2495ฎีกา 360/2502ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 7420/2541ฎีกา 79/2501ฎีกา 2161/2538ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5444/2551ฎีกา 7210/2540ฎีกา 1251/2500ฎีกา 3195/2540ฎีกา 5283/2540ฎีกา 4549/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา