คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 495/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การอุทธรณ์ที่โต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยแล้ว ถือเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตามกฎหมาย
- ทุนทรัพย์ที่ใช้ในการคำนวณค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ ต้องเป็นค่าเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนวันยื่นคำฟ้องเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
จำเลยอุทธรณ์ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยโดยซื้อจากโจทก์และจำเลยครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์แล้ว สัญญาเช่าที่ทำไว้กับโจทก์จึงระงับไป เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงซึ่งศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์มิได้ขายที่ดินพิพาทให้จำเลย ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์และจำเลยครอบครองแทนโจทก์ในฐานะผู้เช่าอุทธรณ์ของจำเลยเช่นนี้มิใช่อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย
จำนวนค่าเสียหายที่จะนำมาคำนวณเป็นทุนทรัพย์นั้นต้องเป็นค่าเสียหายก่อนยื่นคำฟ้อง โจทก์มิได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายก่อนยื่นคำฟ้อง จึงไม่มีจำนวนค่าเสียหายที่จะนำมาคำนวณเป็นทุนทรัพย์ เมื่อคดีนี้ที่ดินพิพาทมีราคา 40,500บาท และทุนทรัพย์ชั้นอุทธรณ์เพียงจำนวนดังกล่าว อุทธรณ์ของจำเลยย่อมต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 224 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเริงศักดิ์ เมษประสาท · จำเลย - นางวิมลรัตน์ นุสุข |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทองหล่อ โฉมงาม · ทองหล่อ โฉมงาม · ทองหล่อ โฉมงาม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสระบุรี - นายสุชาติ อุดมวัฒนา · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายสุภิญโญ ชยารักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา