⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 617/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับสารภาพของจำเลยที่ถูกบังคับหรือหลอกลวงให้รับสารภาพ ไม่มีน้ำหนักมั่นคงเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้ หากไม่มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุน.

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานตำรวจให้สายลับไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย 1 เม็ด แต่ในการล่อซื้อนั้นสายลับไปล่อซื้อโดยลำพังเพียงคนเดียวไม่มีเจ้าพนักงานตำรวจติดตามไปเฝ้าดู แต่อย่างใด และจากการตรวจค้นที่บ้านจำเลยก็ไม่พบเมทแอมเฟตามีน แม้จะค้นพบธนบัตรของกลางจากกระเป๋ากางเกงของจำเลยที่แขวนไว้ ที่ฝาบ้านก็ตาม ก็ยังฟังไม่ถนัดนักว่าจำเลยรับธนบัตรมาเนื่องจาก การซื้อขายเมทแอมเฟตามีน อาจเป็นการรับจากสายลับโดยประการอื่น ก็เป็นได้ โดยเฉพาะคำบอกเล่าของสายลับต้องรับฟังด้วย ความระมัดระวัง ทั้งการที่จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม และชั้นสอบสวนนั้น จำเลยก็นำสืบต่อสู้ว่า ถูกเจ้าพนักงาน ตำรวจบังคับให้รับสารภาพ และยังถูกหลอกว่ามีเพียงโทษปรับ สถานเดียว จำเลยจึงยอมรับสารภาพ เมื่อโจทก์ไม่มีประจักษ์ พยานที่รู้เห็นเหตุการณ์โดยตรงมาเบิกความ มีแต่เพียงพยาน บอกเล่าเท่านั้นจึงยังไม่มีน้ำหนักมั่นคงที่จะทำให้เชื่อได้ โดยสนิทใจ คดีมีเหตุอันควรสงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำ ความผิดตามฟ้องหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้น ให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.89

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 5, 6, 13, 13 ทวิ, 62, 89, 106 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 89 จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าตามวันเวลาเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจไปค้นที่บ้านจำเลยยึดธนบัตรฉบับละ100 บาท จำนวน 1 ฉบับ ตามเอกสารหมาย จ.1 มาเป็นของกลางมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ในปัญหาดังกล่าว เห็นว่า เหตุที่มีการจับกุมจำเลยครั้งนี้ก็เนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจให้สายลับไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนมาได้จากจำเลย 1 เม็ด แต่ในการล่อซื้อนั้นได้ความจาก ร้อยตำรวจเอกชุมพล คร้ามบุญลือ และนายดาบตำรวจชูศักดิ์ บุญเกิด ว่า สายลับไปล่อซื้อโดยลำพังเพียงคนเดียวโดยไม่มีเจ้าพนักงานตำรวจติดตามไปเฝ้าดูแต่อย่างใดจุดที่ล่อซื้อก็อยู่ห่างจากสถานีตำรวจถึง 3 กิโลเมตร จะมีการล่อซื้อจริงหรือไม่ ไม่มีพยานโจทก์ยืนยันในเรื่องนี้ และจากการตรวจค้นที่บ้านจำเลยก็มิได้พบเมทแอมเฟตามีน แม้จะได้ความว่าค้นพบธนบัตรของกลางจากกระเป๋ากางเกงของจำเลยที่แขวนไว้ที่ฝาบ้านก็ตามก็ยังฟังไม่ถนัดนักว่าจำเลยรับธนบัตรมาเนื่องมาจากการซื้อขายเมทแอมเฟตามีนดังที่สายลับว่าอาจเป็นการรับจากสายลับโดยประการอื่นก็เป็นได้ โดยเฉพาะคำบอกเล่าของสายลับต้องรับฟังด้วยความระมัดระวัง ส่วนที่ว่าจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนนั้นในข้อนี้จำเลยก็นำสืบต่อสู้ว่า ถูกเจ้าพนักงานตำรวจบังคับให้รับสารภาพมิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีในข้อหาเผาถ่าน และยังถูกหลอกว่ามีเพียงโทษปรับสถานเดียว จำเลยจึงยอมรับสารภาพจากพยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมา โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานที่รู้เห็นเหตุการณ์โดยตรงมาเบิกความ มีแต่เพียงพยานบอกเล่าเท่านั้น ยังไม่มีน้ำหนักมั่นคงที่จะทำให้เชื่อได้โดยสนิทใจคดีมีเหตุอันควรสงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสองที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2542 พนักงานอัยการ จังหวัด ลพบุรี โจทก์ นาย เล็ก ขุน ทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ลพบุรี · จำเลย - นาย เล็ก ขุน ทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุเมธ ตังคจิวางกูร · สุนทร สิทธิเวชวิจิตร · ประสพสุข บุญเดช
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 11/2539ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ