⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6801/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6801/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่พยานหลักฐานโจทก์มีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำความผิดหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์มิได้นำสายลับที่อ้างว่าได้ล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน 2 เม็ดจากจำเลยมาเป็นพยานยืนยันการกระทำผิดของจำเลยแต่กลับนำเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมจำเลยซึ่งไม่เห็นเหตุการณ์การขายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่สายลับมาเบิกความนั้น ไม่สามารถรับฟังได้ว่า สายลับจะได้ซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากจำเลยหรือไม่เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธตลอดมาทั้งในชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณาและ เมทแอมเฟตามีนของกลางที่สายลับมอบให้แก่เจ้าพนักงานตำรวจก็ไม่เป็นการแน่นอนว่าจะเป็นเมทแอมเฟตามีนที่สายลับล่อซื้อมาจากจำเลย ลำพังแต่ธนบัตรที่อ้างว่ามอบให้สายลับนำไปล่อซื้อและค้นได้จากตัวจำเลย แม้จะเป็นเช่นนั้นจริงก็ยังไม่เพียงพอที่จะฟังเป็นหลักฐานให้เชื่อได้โดยปราศจากสงสัยว่า เป็นเงินที่จำเลยได้มาจากการขายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่สายลับของเจ้าพนักงานตำรวจพยานหลักฐานโจทก์จึงไม่มั่นคงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยในข้อหาจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนได้ เจ้าพนักงานตำรวจที่ทำการตรวจค้นและจับกุมจำเลยต่างเบิกความแตกต่างกันบางคนว่าพบเมทแอมเฟตามีนอยู่ใต้เขียงบนพื้นบ้าน บางคนว่าพบซ่อนอยู่บริเวณไม้หน้าบ้าน บางคนว่าพบอยู่บริเวณกองไม้ภายในบ้าน ซึ่งไม่สอดคล้องกับบันทึกการตรวจค้นจับกุมจำเลย และภาพถ่ายที่เกิดเหตุที่ระบุว่า ตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนที่บริเวณใต้แผ่นกระดานซึ่งวางอยู่ข้างที่นอนภายในบ้าน พยานหลักฐานโจทก์จึงมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำความผิดในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 4, 7, 8, 15, 66 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 5 ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ สำหรับข้อหาจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนนั้น โจทก์มิได้นำสายลับที่อ้างว่าได้ล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน 2 เม็ด จากจำเลยมาเป็นพยานยืนยันการกระทำความผิดของจำเลย พยานโจทก์จึงมีแต่พันตำรวจโทสมบูรณ์ เสียงลือชาจ่าสิบตำรวจสมพิศ คำเที่ยง และสิบตำรวจตรีสุเมธ ใหญ่ยิ่ง ผู้จับกุมจำเลย ซึ่งไม่เห็นเหตุการณ์การขายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้สายลับ ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีพยานหลักฐานให้รับฟังว่า ความจริงสายลับจะได้ซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากจำเลยหรือไม่ ทั้งจำเลยให้การปฏิเสธตลอดมาทั้งในชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณาและเมทแอมเฟตามีนของกลางที่สายลับมอบให้แก่พันตำรวจโทสมบูรณ์ก็ไม่เป็นการแน่นอนว่าจะเป็นเมทแอมเฟตามีนที่สายลับซื้อมาจากจำเลย ลำพังแต่ธนบัตรซึ่งพยานโจทก์อ้างว่ามอบให้สายลับนำไปใช้ล่อซื้อและค้นได้จากตัวจำเลยแม้จะเป็นเช่นนั้นจริง ก็ยังไม่เพียงพอที่จะฟังเป็นหลักฐานให้เชื่อได้โดยปราศจากสงสัยว่า เป็นเงินที่จำเลยได้มาจากการขายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่สายลับของเจ้าพนักงานตำรวจ พยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวจึงไม่มั่นคงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยในข้อหานี้ได้ ส่วนข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย พยานโจทก์ดังกล่าวต่างเบิกความถึงบริเวณที่สิบตำรวจตรีสุเมธ ตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนของกลาง1 เม็ด ที่กล่าวหาจำเลยเป็นความผิดข้อหานี้แตกต่างกัน โดยพันตำรวจโทสมบูรณ์เบิกความว่า เมทแอมเฟตามีนดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ใต้เขียงบนพื้นบ้าน ไม่ปรากฏว่าอยู่ในบริเวณใดของบ้าน ส่วนจ่าสิบตำรวจสมพิศเบิกความว่า ซุกซ่อนอยู่บริเวณแผ่นไม้ที่อยู่หน้าบ้าน ในขณะที่สิบตำรวจตรีสุเมธกลับอ้างว่า ตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวที่บริเวณกองไม้ภายในบ้านของจำเลยและไม่สอดคล้องกับบันทึกการตรวจค้นจับกุมจำเลย เอกสารหมาย จ.3 และภาพถ่ายที่เกิดเหตุ หมาย จ.6 ภาพที่ 4 ที่ระบุว่าได้ตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนที่บริเวณใต้แผ่นกระดานซึ่งวางอยู่ข้างที่นอนภายในบ้านพยานหลักฐานโจทก์จึงมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำความผิดในข้อหานี้หรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6801/2542 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นายเสวก เรียนกระศิลป์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · จำเลย - นายเสวก เรียนกระศิลป์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย พงษธา · กมล เพียรพิทักษ์ · ประดิษฐ์ สิงหทัศน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ