⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6892/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6892/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยพลการโดยทุจริตเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ แต่หากได้ทรัพย์ไปเพราะผู้อื่นยินยอมมอบให้เนื่องจากถูกหลอกลวง เป็นความผิดฐานฉ้อโกง

ย่อคำพิพากษา

การกระทำที่จะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ จะต้องเป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยพลการโดยทุจริต มิใช่ได้ทรัพย์ไปเพราะผู้อื่นยินยอมมอบให้เนื่องจากถูกหลอกลวง การที่จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของผู้เสียหายเปลี่ยนเอาป้ายราคาโคมไฟตั้งโต๊ะของกลางซึ่งติดราคา 1,785 บาท ออก แล้วนำป้ายราคาโคมไฟอื่นซึ่งติดราคา 134 บาท มาติดแทน แล้วมอบให้พวกของจำเลยนำไปชำระราคาแก่พนักงานเก็บเงินของผู้เสียหาย มิใช่จำเลยเอาโคมไฟตั้งโต๊ะของกลางไปโดยพลการโดยทุจริต จึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ หากแต่เป็นการหลอกลวงพนักงานเก็บเงินของผู้เสียหายโดยทุจริต โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่า ราคาโคมไฟตั้งโต๊ะของกลางมีราคา 134 บาท พนักงานเก็บเงินของผู้เสียหายหลงเชื่อยินยอมมอบโคมไฟตั้งโต๊ะของกลางให้จำเลย โดยรับเงินจากจำเลยไว้เพียง 134 บาท การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จอยู่ในตัว และจำเลยกระทำโดยมีเจตนาหลอกลวงพนักงานเก็บเงินของผู้เสียหายให้ยินยอมมอบโคมไฟตั้งโต๊ะของกลางให้จำเลยแล้ว จึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกง หาใช่จำเลยไม่มีเจตนาแสดงข้อความอันเป็นเท็จไม่ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ ..../2542)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๓๘ เวลากลางวัน จำเลยกับนายพิชิต ฝุ่นจันทร์หรือฟุ่นจันทร์ทึก จำเลยที่ ๒ ในคดีหมายเลขแดงที่ ๕๓๔๓/๒๕๓๘ของศาลชั้นต้น ร่วมกันลักเอาโคมไฟตั้งโต๊ะ ๑ อัน ราคา ๑,๗๘๕ บาท ของบริษัทเอกชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้เสียหายซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยไปโดยทุจริตขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕ (๗) (๑๑) วรรคสาม จำคุก ๓ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก ๒ ปี๓ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ จำคุก ๒ ปี ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสาม คงจำคุก ๑ ปี๔ เดือน โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัทเอกชัยดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้เสียหายได้เปลี่ยนเอาป้ายราคาโคมไฟตั้งโต๊ะของกลางซึ่งติดราคา ๑,๗๘๕ บาท ออก แล้วนำป้ายราคาโคมไฟอื่นซึ่งติดราคา ๑๓๔ บาท มาติดแทน แล้วมอบให้จำเลยที่ ๒ ในคดีหมายเลขแดงที่ ๕๓๔๓/๒๕๓๘ ของศาลชั้นต้นนำไปชำระราคาแก่พนักงานเก็บเงินของผู้เสียหาย เป็นเหตุให้พนักงานเก็บเงินของผู้เสียหายรับเงินชำระราคาโคมไฟตั้งโต๊ะของกลางไว้เพียง ๑๓๔ บาท แล้วมอบโคมไฟตั้งโต๊ะของกลางให้พวกของจำเลยดังกล่าวไป ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การกระทำที่จะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ จะต้องเป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยพลการโดยทุจริตมิใช่ได้ทรัพย์ไปเพราะผู้อื่นยินยอมมอบให้ เนื่องจากถูกหลอกลวง การที่จำเลยเปลี่ยนเอาป้ายราคาโคมไฟตั้งโต๊ะของกลางซึ่งติดราคา ๑,๗๘๕ บาท ออก แล้วนำป้ายราคาโคมไฟอื่นซึ่งติดราคา ๑๓๔ บาท มาติดแทน แล้วมอบให้พวกของจำเลยนำไปชำระราคาแก่พนักงานเก็บเงินของผู้เสียหายจึงมิใช่เอาโคมไฟตั้งโต๊ะของกลางไปโดยพลการโดยทุจริต อันจะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ หากแต่เป็นการหลอกลวงพนักงานเก็บเงินของผู้เสียหายโดยทุจริต โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่า ราคาโคมไฟตั้งโต๊ะของกลางมีราคา ๑๓๔ บาท พนักงานเก็บเงินของผู้เสียหายหลงเชื่อยินยอมมอบโคมไฟตั้งโต๊ะของกลางให้จำเลย โดยรับเงินจากจำเลยไว้เพียง ๑๓๔ บาท อันเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยเพียงแต่นำป้ายราคาโคมไฟอื่นที่ติดราคา ๑๓๔ บาทมาติดแทนที่ป้ายราคาที่แท้จริงของโคมไฟตั้งโต๊ะของกลาง เป็นเพียงอุบายเพื่อให้ได้โคมไฟตั้งโต๊ะของกลางมิได้มีเจตนาแสดงข้อความอันเป็นเท็จนั้น เห็นว่า การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จอยู่ในตัว และจำเลยกระทำโดยมีเจตนาหลอกลวงพนักงานเก็บเงินของผู้เสียหายให้ยินยอมมอบโคมไฟตั้งโต๊ะของกลางให้จำเลยแล้ว หาใช่ไม่มีเจตนาแสดงข้อความอันเป็นเท็จดังที่โจทก์ฎีกาไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6892/2542 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสมพร เลี่ยวไพโรจน์หรือเลียวไพโรจน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายสมพร เลี่ยวไพโรจน์หรือเลียวไพโรจน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองหล่อ โฉมงาม · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · กมล เพียรพิทักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายสงวน พรอิชยานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวีระพล ตั้งสุวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 787/2532ฎีกา 255/2529ฎีกา 3029/2540ฎีกา 709/2482ฎีกา 5616/2550ฎีกา 1147/2546ฎีกา 2593/2521ฎีกา 725/2567ฎีกา 915/2566ฎีกา 5219/2531ฎีกา 3650/2527ฎีกา 2303/2518ฎีกา 1567/2535ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 6196/2534ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 3245/2545ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7362/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา