⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7646/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7646/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การคำนวณค่าจ้างรายเดือนให้ถือว่าเดือนหนึ่งมี 30 วัน เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มีสิทธิได้รับค่าจ้างจนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2539 แต่ศาลแรงงานพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย ให้โจทก์ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2539 ถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2539 จึงขาดไป โจทก์ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนซึ่ง ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มิได้กำหนดให้นับเป็นอย่างอื่น จึงต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/6 วรรคท้าย ให้ถือว่า เดือนหนึ่งมี 30 วัน โจทก์ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 37,500 บาท หารด้วย 30 เป็นค่าจ้างวันละ 1,250 บาท แต่เนื่องจาก ศาลแรงงานพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างค้างจ่ายแก่โจทก์ 56,250 บาท ซึ่งเท่ากับให้จำเลยชำระค่าจ้างค้างจ่ายตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน 2539 ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2539 จำเลยจึงต้องชำระค่าจ้างเพิ่มอีก 2 วัน คิดเป็นเงิน 2,500 บาท แม้โจทก์จะมิได้อุทธรณ์ในข้อนี้ แต่คำฟ้องโจทก์มีคำขอบังคับให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2539 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2540 มาด้วยแล้ว จึงเห็นสมควรให้จำเลยจ่ายค่าจ้างส่วนนี้ให้โจทก์ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.52

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างระหว่างพักงาน ๔๓๑,๒๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายนับแต่ วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าจ้างค้างจ่าย ๔๖,๒๕๐ บาท และเงินโบนัส ๓๗,๕๐๐ บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน ๕๖,๒๕๐ บาท แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เมื่อโจทก์มีสิทธิได้รับค่าจ้างจนถึงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๓๙ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายให้โจทก์ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๙ ถึงวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๓๙ นั้น จึงยังขาดไป โจทก์ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนซึ่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มิได้กำหนดให้นับเป็นอย่างอื่น จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๖ วรรคท้าย ให้ถือว่า เดือนหนึ่งมี ๓๐ วัน โจทก์ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๓๗,๕๐๐ บาท หารด้วย ๓๐ เป็นค่าจ้างวันละ ๑,๒๕๐ บาท แต่เนื่องจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างค้างจ่ายแก่โจทก์ ๕๖,๒๕๐ บาท ซึ่งเท่ากับให้จำเลยชำระ ค่าจ้างค้างจ่ายตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๙ ถึงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๓๙ จำเลยจึงต้องชำระค้าจ้างเพิ่มอีก ๒ วัน คิดเป็นเงิน ๒,๕๐๐ บาท แม้โจทก์จะมิได้อุทธรณ์ในข้อนี้ แต่คำฟ้องโจทก์มีคำขอบังคับให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๓๙ ถึงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๔๐ มาด้วยนั้น จึงเห็นควรให้จำเลยจ่ายค่าจ้างส่วนนี้ให้โจทก์ด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์เพิ่มอีก ๒,๕๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7646/2542 นางสาววงจันทร์ วงษ์อนุ โจทก์ บริษัทคลังเอกสาร จำกัด หรือ บริษัทไวส์เคานท์เทรดดิ้ง จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาววงจันทร์ วงษ์อนุ · จำเลย - บริษัทคลังเอกสาร จำกัด หรือ บริษัทไวส์เคานท์เทรดดิ้ง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · สละ เทศรำพรรณ · สละ เทศรำพรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายปกรณ์ รัตนพิทย์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา