⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7811/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7811/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทายาทโดยธรรมมีสิทธิได้รับมรดกทันทีที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย และมีหน้าที่ตามหนี้ที่เจ้ามรดกก่อไว้ การฟ้องให้ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินซึ่งไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้เป็นการเฉพาะ มีกำหนดอายุความ 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินเป็นทรัพย์มรดกของ อ. ไม่ปรากฏว่า อ. ได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินพิพาทให้ผู้ใด เมื่อ อ. ตายที่ดินพิพาทจึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมของ อ. ทันทีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง จำเลยเป็นผู้สืบสันดานและเป็นทายาทโดยธรรมของ อ. มีสิทธิได้รับมรดกของ อ. ในลำดับแรกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629(1) มีสิทธิได้รับมรดกในที่ดินทันทีตั้งแต่ อ. ถึงแก่ความตาย และจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของอ. มีหนี้ตามสัญญาจะซื้อขายที่ อ. ทำไว้ ในอันที่จะต้องจดทะเบียนให้โจทก์ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทด้วย การบังคับให้จำเลยจดทะเบียนให้โจทก์ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทด้วยเป็นการบังคับในส่วนอันเป็นสิทธิของจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมคนหนึ่งของ อ. ซึ่งมีส่วนเป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาทเท่านั้น มิได้กระทบกระเทือนถึงสิทธิของทายาทอื่นในที่ดินพิพาท และไม่ได้เป็นเรื่องที่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้กระทำได้ การฟ้องให้ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อขายมิได้มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/30

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1620 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1629

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยเป็นทายาทโดยธรรมของนางอรุณ เปลี่ยนสมัย เมื่อปลายปี 2539 นางอรุณถึงแก่ความตาย โจทก์ทราบว่าจำเลยจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 83497 ให้ผู้อื่น โจทก์ทวงถามให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาจำเลยไม่ดำเนินการให้ ขอให้บังคับจำเลยรับมรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 83497 แล้วจดทะเบียนโอนขายให้แก่โจทก์ ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ให้จำเลยนำโฉนดที่ดินดังกล่าวมาวางศาล แล้วให้เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนให้แก่โจทก์ โดยถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยออกค่าธรรมเนียม ค่าภาษีในการโอนกรรมสิทธิ์แก่โจทก์ ถ้าจำเลยขัดขืนให้โจทก์ออกเงินไปก่อนแล้วบังคับเอาจากจำเลยภายหลัง จำเลยให้การว่า โจทก์สละสิทธิเกี่ยวกับข้อตกลงตามสัญญาจะซื้อขาย ฟ้องของโจทก์จึงขาดอายุความ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะจำเลยไม่เข้าใจว่าโจทก์ฟ้องบังคับจำเลยรับผิดในฐานะทายาทนางอรุณ หรือตามสัญญาจะซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนให้โจทก์ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 83497 ตำบลบางแวก อำเภอภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยให้ใช้ค่าเสียหายจากการผิดสัญญาภายในอายุความ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าจำเลยต้องจดทะเบียนให้โจทก์ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 83497 หรือไม่เห็นว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนางอรุณ ไม่ปรากฏว่านางอรุณได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินพิพาทให้ผู้ใด เมื่อนางอรุณถึงแก่ความตายที่ดินพิพาทจึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมของนางอรุณทันทีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง และมาตรา 1620 วรรคหนึ่ง จำเลยเป็นผู้สืบสันดานของนางอรุณและเป็นทายาทโดยธรรมของนางอรุณ มีสิทธิได้รับมรดกของนางอรุณในลำดับแรกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629(1) จำเลยจึงมีสิทธิได้รับมรดกในที่ดินพิพาททันทีตั้งแต่นางอรุณถึงแก่ความตาย และจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนางอรุณมีหนี้ตามสัญญาจะซื้อขายที่นางอรุณทำไว้ตามเอกสารหมาย จ.2 ในอันที่จะต้องจดทะเบียนให้โจทก์ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทด้วย การบังคับให้จำเลยจดทะเบียนให้โจทก์ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทด้วยจึงเป็นเรื่องที่สามารถกระทำได้และแม้จะมีทายาทอื่นของนางอรุณมีสิทธิได้รับมรดกในที่ดินพิพาทร่วมกับจำเลยด้วยการบังคับให้จำเลยจดทะเบียนให้โจทก์ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทด้วยเป็นการบังคับในส่วนอันเป็นสิทธิของจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมคนหนึ่งของนางอรุณซึ่งมีส่วนเป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาทเท่านั้น มิได้กระทบกระเทือนถึงสิทธิของทายาทอื่นในที่ดินพิพาท และไม่ได้เป็นเรื่องที่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้กระทำได้ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นแต่ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยปัญหาเรื่องฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ตามอุทธรณ์ของจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่า อุทธรณ์ดังกล่าวของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย เมื่อสำนวนขึ้นมาสู่ศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปทีเดียวโดยไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยก่อน ในปัญหานี้ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อขายที่จำเลยทำกับโจทก์สิทธินำคดีมาฟ้องจึงมีอายุความ 2 ปี จำเลยผิดสัญญาจะซื้อขายเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2538 โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2540 คดีโจทก์ขาดอายุความแล้วนั้น เห็นว่า การฟ้องให้ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อขายมิได้มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 นางอรุณทำสัญญาจะซื้อขายกับโจทก์เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2537 โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2540 ยังไม่เกิน 10 ปี ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7811/2542 นาง สุภาพร เพิ่มสกุล โจทก์ นาง กิญจนา ใจดีหรือเปลี่ยนสมัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สุภาพร เพิ่มสกุล · จำเลย - นาง กิญจนา ใจดีหรือเปลี่ยนสมัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย เต้พันธ์ · กำพล ภู่สุดแสวง · ชวลิต ยอดเณร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1498/2522ฎีกา 5995-5996/2538ฎีกา 700/2517ฎีกา 2761/2530ฎีกา 11486/2556ฎีกา 3472/2546ฎีกา 1473-1474/2506ฎีกา 7521/2538ฎีกา 1637/2506ฎีกา 1491/2523ฎีกา 915/2522ฎีกา 607/2481ฎีกา 1887/2559ฎีกา 581/2508ฎีกา 10507/2556ฎีกา 4714/2542ฎีกา 632/2491ฎีกา 876/2525ฎีกา 603/2509ฎีกา 620/2492ฎีกา 208/2512ฎีกา 468/2519ฎีกา 3785-3787/2552ฎีกา 2114/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ