⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7820/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7820/2542

ป.พ.พ. ม.215, 877

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ระบุว่าไม่คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากการขาดการใช้รถยนต์นั้น หมายถึงความเสียหายที่เกิดจากการขาดการใช้รถยนต์เนื่องจากรถยนต์ประสบวินาศภัยเท่านั้น ไม่รวมถึงความเสียหายจากการขาดการใช้รถยนต์ที่ผู้รับประกันภัยเป็นผู้ก่อให้เกิดขึ้นเอง.

ย่อคำพิพากษา

แม้กรมธรรม์ประกันภัยหมวดที่เกี่ยวกับการคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ จะระบุว่าการประกันภัยไม่คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากการขาดการใช้รถยนต์ แต่การยกเว้นความรับผิดของจำเลยตามกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวหมายถึงความเสียหายที่เกิดจากการขาดการใช้รถยนต์เนื่องจากรถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้ประสบวินาศภัยซึ่งจำเลยต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยเท่านั้น หารวมถึงความเสียหายจากการขาดการใช้รถยนต์ที่จำเลยเป็นผู้ก่อให้เกิดขึ้นไม่ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซ่อมรถยนต์ซึ่งเอาประกันภัยไว้ล่าช้าเกินควรทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโดยขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ดังกล่าวต้องเสียค่าพาหนะในการประกอบการงาน เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดจากการกระทำของจำเลยที่ซ่อมแซมรถยนต์ล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร มิใช่ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากการผิดสัญญาตามกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยจึงอ้างข้อยกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวขึ้นปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ แม้จำเลยมีสิทธิจะจัดการซ่อมรถยนต์ที่เอาประกันภัยให้แก่โจทก์แทนการใช้เงินตามกรมธรรม์ประกันภัย และได้จัดการซ่อมรถยนต์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่การซ่อมรถยนต์ต้องกระทำภายในเวลาอันสมควรด้วย เมื่อจำเลยใช้เวลาซ่อมรถยนต์เกือบ 2 ปี โดยไม่มีเหตุอันสมควร และทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงต้องรับผิดในค่าเสียหาย ที่เกิดขึ้นแก่โจทก์จากการกระทำดังกล่าวด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.215 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.877

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.215 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.877 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 270,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 96,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 4,500 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้ชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง คงฎีกาได้เฉพาะแต่ในข้อกฎหมายซึ่งการวินิจฉัยปัญหาเช่นว่านั้น ศาลฎีกาจำต้องถือข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนตาม มาตรา 247 ประกอบด้วยมาตรา 238 ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์ ซูซูกิ วีทาร่า คันหมายเลขทะเบียน 4 อ - 5562 กรุงเทพมหานคร โจทก์ได้ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์พิพาทดังกล่าวไว้แก่จำเลยเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2536 ซึ่งอยู่ในระหว่างอายุสัญญาประกันภัย รถยนต์คันพิพาทเกิดเหตุชนกับรถยนต์คันอื่นได้รับความเสียหาย จำเลยได้นำรถยนต์พิพาทไปซ่อมที่อู่สมนึกการช่างซึ่งเป็นคู่สัญญากับจำเลย และศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติโดยจำเลยมิได้อุทธรณ์โต้แย้งและศาลอุทธรณ์มิได้ฟังเป็นอย่างอื่นว่าโจทก์มอบรถยนต์พิพาทให้จำเลยนำไปซ่อมเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2537 และมีหนังสือแจ้งให้จำเลยซ่อมรถให้หลายครั้ง แต่จำเลยไม่ตอบ จนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2539 จำเลยจึงมีหนังสือให้โจทก์ไปรับรถยนต์พิพาทคืน รวมระยะเวลาในการซ่อมรถยนต์พิพาทประมาณ 2 ปี โดยไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจากการขาดการใช้รถยนต์เป็นเวลา 16 เดือน คิดเป็นค่าเสียหาย 96,000 บาท และตามกรมธรรม์ประกันภัยตามสัญญาหมวดที่ 3 การคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ ข้อ 3.7.5 ระบุว่า การประกันภัยไม่คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากการขาดการใช้รถยนต์ ปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จะนำข้อยกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวมาใช้บังคับแก่กรณีนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า แม้กรมธรรม์ประกันภัยในหมวดที่ 3 การคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ข้อ 3.7.5 จะระบุว่า การประกันภัยไม่คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากการขาดการใช้รถยนต์ก็ตาม แต่การยกเว้นความรับผิดของจำเลยตามกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวหมายถึงความเสียหายที่เกิดจากการขาดการใช้รถยนต์เนื่องจากรถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้ประสบวินาศภัยซึ่งจำเลยต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยเท่านั้น หารวมถึงความเสียหายจากการขาดการใช้รถยนต์ที่จำเลยเป็นผู้ก่อให้เกิดขึ้นไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซ่อมรถยนต์พิพาทซึ่งเอาประกันภัยไว้ล่าช้าเกินควร ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโดยขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ดังกล่าวต้องเสียค่าพาหนะในการประกอบการงานเป็นค่ารถโดยสารและรถแท็กซี่นับแต่เดือนมิถุนายน 2537 ซึ่งเป็นเวลาที่จำเลยควรซ่อมรถยนต์พิพาทเสร็จถึงเดือนตุลาคม 2538 รวม 16 เดือน เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดจากการกระทำของจำเลยที่ซ่อมแซมรถยนต์พิพาทล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร มิใช่ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากการผิดสัญญาตามกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยจึงอ้างข้อยกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวขึ้นปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์เนื่องจากเห็นว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น ส่วนปัญหาว่าจำเลยจะต้องรับผิดชดใช้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ดังกล่าวแก่โจทก์หรือไม่ซึ่งศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยนั้น ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าแม้จำเลยมีสิทธิจะจัดการซ่อมรถยนต์ที่เอาประกันภัยให้แก่โจทก์แทนการใช้เงินตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ 3.5.1 และได้จัดการซ่อมรถยนต์พิพาทเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่การซ่อมรถยนต์พิพาทต้องกระทำภายในเวลาอันสมควรด้วย เมื่อจำเลยใช้เวลาซ่อมรถยนต์พิพาทเกือบ 2 ปี โดยไม่มีเหตุอันสมควร และทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงต้องรับผิดในค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์จากการกระทำดังกล่าวด้วย พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7820/2542 นายสมชาย เอื้อเกษมสิน โจทก์ บริษัทรัตนโกสินทร์ประกันภัย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมชาย เอื้อเกษมสิน · จำเลย - บริษัทรัตนโกสินทร์ประกันภัย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ระพินทร บรรจงศิลป · ชนะ ภาสกานนท์ · วิรัช ลิ้มวิชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรชัย พิริยชนานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 390/2536ฎีกา 793/2546ฎีกา 2490/2518ฎีกา 978/2510ฎีกา 259/2539ฎีกา 373/2522ฎีกา 262/2473ฎีกา 1123/2514ฎีกา 4904/2565ฎีกา 1183/2521ฎีกา 3064/2523ฎีกา 1601/2529ฎีกา 2040/2539ฎีกา 5581/2533ฎีกา 7470/2543ฎีกา 5915/2538ฎีกา 4712/2546ฎีกา 7547/2559ฎีกา 1968/2523ฎีกา 4273/2548ฎีกา 3572/2526ฎีกา 2779/2527ฎีกา 11151/2555ฎีกา 9245/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา