คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7897/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ทรงเช็คได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับผู้รับโอนเช็ค โดยผู้รับโอนเช็คยอมชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ถือว่าผู้ทรงเช็คได้สละสิทธิเรียกร้องตามเช็คนั้นแล้ว และไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากผู้สั่งจ่ายอีก
ย่อคำพิพากษา
จำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทในการซื้อเครื่องรับโทรทัศน์มอบให้แก่บริษัท พ. แต่บริษัทมิได้ส่งมอบเครื่องรับโทรทัศน์ให้ จำเลยจึงมีคำสั่งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงิน เมื่อปรากฏว่าบริษัท พ.ได้นำเช็คพิพาทไปขายลดแก่โจทก์ต่อมาโจทก์ในฐานะผู้ทรงเช็คคนก่อนได้ฟ้องบริษัท พ.ให้ชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็คซึ่งมีเช็คพิพาทรวมอยู่ด้วย โจทก์และบริษัท พ.ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยบริษัท พ.ยอมชำระเงินให้โจทก์ตามฟ้อง ถือได้ว่าโจทก์สละสิทธิเรียกร้องตามเช็คพิพาทไปแล้ว โดยโจทก์ได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงไม่มีสิทธินำเช็คพิพาทมาเรียกร้องให้จำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายชำระเงินแก่โจทก์อีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นางมะลิ บุญช่วยเหลือ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ · ระพินทร บรรจงศิลป · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดระยอง - นางพิมลรัตน์ วรรธนะหทัย · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายสุรชัย เอื้ออารีตระกูล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา