⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9515/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9515/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลมีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางทางสัญจรของประชาชน เป็นการใช้ดุลยพินิจตามกฎหมาย ไม่ใช่การกำหนดองค์ประกอบความผิด

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปลูกสร้างอาคารเป็นสะพานทางเดินล่วงล้ำเข้าไปเหนือน้ำในน้ำของทะเลสาบสงขลาอันเป็นทางสัญจรของประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าท่า ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย ฯ มาตรา 117 , 118 และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากทะเลสาบสงขลา ดังนี้ ถือว่าเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) แล้ว แม้จะมิได้บรรยายฟ้องว่า เจ้าท่ามีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งก็ตาม เพราะ พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย ฯ มาตรา 118 ทวิ ที่แก้ไข เป็นการกำหนดวิธีการรื้อถอนหรือแก้ไขอาคารหรือสิ่งอื่นใดที่ปลูกสร้างขึ้นโดยไม่รับอนุญาตจากเจ้าท่าเท่านั้น ไม่ใช่บทบัญญัติซึ่งเป็นองค์ประกอบของความผิดตามฟ้อง เมื่อฟังได้ว่าจำเลยปลูกสร้างกีดขวางทางสัญจรของประชาชน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 117 ศาลย่อมมีอำนาจที่จะพิพากษาในคดีอาญาคดีนี้ให้จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองเป็นผู้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางทางสัญจรดังกล่าวออกไปจากทะเลสาบสงขลาได้ตามมาตรา 118 ทวิ วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.2456 ม.117 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.2456 ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ปลูกสร้างอาคารเป็นสะพานทางเดิน และทำเป็นลานปูด้วยไม้ล่วงล้ำเข้าไปเหนือน้ำในน้ำของทะเลสาบสงขลา อันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้โดยจำเลยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าท่า ขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖ มาตรา ๑๑๗ , ๑๑๘ พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๓ , ๒๕ และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากทะเลสาบสงขลา จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖ มาตรา ๑๑๗ วรรคหนึ่ง , ๑๑๘ ปรับ ๒๘๗,๘๓๕ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ปรับ ๑๔๓,๙๑๗.๕๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ.มาตรา ๒๙ , ๓๐ แต่ไม่เกินกำหนด ๒ ปี ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากทะเลสาบสงขลาด้วย จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษปรับในอัตราที่ต่ำสุด และยกคำขอให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า สถานที่จำเลยก่อสร้างมิได้กีดขวางทางสัญจร เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖ มาตรา ๑๑๗ , ๑๑๘ พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๓ , ๒๕ ซึ่งตามกฎหมายมาตราดังกล่าวเป็นเรื่องห้ามมิให้ผู้ใดปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำเข้าไปเหนือน้ำ ในน้ำ และใต้น้ำ ของแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ อันเป็นทางสัญจรของประชาชน เมื่อจำเลยรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกประการจึงต้องฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยปลูกสร้างกีดขวางทางสัญจรของประชาชนตามฟ้อง จำเลยจะโต้เถียงข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ในข้อนี้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อไปว่า ศาลมีอำนาจสั่งจำเลยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอันเป็นคำขอในส่วนแพ่งได้หรือไม่ เห็นว่า แม้คำฟ้องของโจทก์จะมิได้บรรยายว่าเจ้าท่ามีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนหรือแก้ไขสิ่งปลูกสร้างแล้ว แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕๘ (๕) แล้ว เมื่อฟังได้ว่าจำเลยปลูกสร้างกีดขวางทางสัญจรของประชาชน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖ มาตรา ๑๑๗ ศาลย่อมมีอำนาจที่จะพิพากษาในคดีอาญาคดีนี้ให้จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองเป็นผู้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางทางสัญจรดังกล่าวออกไปจากทะเลสาบสงขลาได้ ตามมาตรา ๑๑๘ ทวิ วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นทุกข้อ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9515/2542 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายวิศาล ลาภวงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายวิศาล ลาภวงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อภิชาต สุขัคคานนท์ · ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายสุเมธ สุระคำแหง · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายทวีวัฒน์ แดงทองดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา