คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1272/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้ครอบครองได้ครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด และต้องระบุทรัพย์สินที่อ้างสิทธิโดยชัดเจน
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอ ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดตราจองที่ 1022 โดยการครอบครองปรปักษ์ แต่ข้อเท็จจริงตามคำร้องขอและตามที่ผู้ร้องนำสืบไม่ทราบได้แน่ชัดว่าที่ดินโฉนดตราจองที่ 1022เป็นที่ดินบางส่วนของที่ดิน น.ส.3 ที่ผู้ร้องครอบครองอยู่ ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถสั่งให้ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินตามคำขอท้ายคำร้องขอได้ ศาลจึงต้องยกคำร้องขอของผู้ร้องแต่ไม่ตัดสิทธิของผู้ร้องที่จะยื่นคำร้องขอใหม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นายสำอางค์ ชัยรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิบูลย์ มีอาสา · สุวัตร์ สุขเกษม · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิจิตร - นายวิสุทธิ์ กลิ่นพร · ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ - นายสุริยง ลิ้มสถิรานันท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา