⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1305/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1305/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งอนุญาตให้ยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา หากคู่ความไม่เห็นด้วยต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นให้ปรากฏไว้ จึงจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ทนายโจทก์ได้รับสำเนาแล้วแถลงคัดค้านว่าทนายจำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นสำคัญแห่งคดีเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จึงมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้ การแถลงคัดค้านของโจทก์ดังกล่าวเป็นการคัดค้านเพื่อประกอบดุลพินิจของศาลชั้นต้นก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตต่อไปเท่านั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้ คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา หากโจทก์ไม่เห็นด้วยโจทก์ต้องโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวให้ปรากฏไว้ จึงจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 226 (2) ประกอบ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา153 แต่หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้แล้วไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้โต้แย้งก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์โจทก์จะถือเอาคำแถลงคัดค้านของโจทก์ที่ศาลชั้นต้นจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเป็นการโต้แย้งคำสั่งโดยปริยายหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.153

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลแพ่ง คำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๗๖๑,๙๘๖ บาท หลังจากศาลพิพากษาตามยอมแล้ว จำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์ขอออกหมายบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๘๔๘๒เนื้อที่ ๖๗ ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้แล้วแต่ที่ดินแปลงดังกล่าวจดทะเบียนจำนองแก่ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)เป็นเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท และมีหนี้ค้างชำระสูงกว่าราคาที่ดินตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาไว้ นอกจากนี้จำเลยไม่มีทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยให้การว่า จำเลยมีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้และมิใช่เป็นคนมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ โดยอ้างในคำร้องว่า เพื่อแสดงหลักฐานฐานะของจำเลย แต่โจทก์โต้แย้งคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้จำเลยระบุพยานเพิ่มเติมและอุทธรณ์คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ แผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา แต่โจทก์กลับมาโต้แย้งภายหลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วเช่นนี้ เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓มาตรา ๑๕๓ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ไม่รับวินิจฉัยให้ และพิพากษายืนในคำพิพากษาฉบับเดียวกัน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏจากรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ ว่า ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ทนายโจทก์ได้รับสำเนาแล้ว แถลงคัดค้านว่าทนายจำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นสำคัญแห่งคดีเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จึงมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้ ศาลฎีกาเห็นว่า การแถลงคัดค้านของโจทก์ดังกล่าวเป็นการคัดค้านเพื่อประกอบดุลพินิจของศาลชั้นต้นก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตต่อไปเท่านั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้ คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา หากโจทก์ไม่เห็นด้วยโจทก์ต้องโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวให้ปรากฏไว้จึงชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ (๒) ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๓ แต่คดีนี้หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้แล้ว ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้โต้แย้งก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ (๒)ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๓ โจทก์จะถือเอาคำแถลงคัดค้านของโจทก์ที่ศาลชั้นต้นจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเป็นการโต้แย้งคำสั่งโดยปริยาย ดังที่โจทก์ฎีกาหาได้ไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1305/2543 นางสาวสิริธร ครุสัตยานนท์ โจทก์ นายไพบูลย์ อัศวโนดม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวสิริธร ครุสัตยานนท์ · จำเลย - นายไพบูลย์ อัศวโนดม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ยอดเณร · จำลอง สุขศิริ · พิชัย เตโชพิทยากูล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสมคิด แสงธรรม · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายจรูญ อินทจาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 3007/2525ฎีกา 6968/2537ฎีกา 1195/2535ฎีกา 5272/2544ฎีกา 1247/2510ฎีกา 4335/2539ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1603/2551ฎีกา 1196/2513ฎีกา 57/2530ฎีกา 3702/2534ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3005/2541ฎีกา 801/2515ฎีกา 3790-3792/2540ฎีกา 1333/2531ฎีกา 1063/2533ฎีกา 174/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา